รู้ทัน!! สัญญาณทางเทคนิคด้วยโปรแกรม “Stock Signals”

นักลงทุนมือใหม่ (มาก) ที่เข้ามาในตลาดหุ้น เพื่ออยากเริ่มศึกษาหาข้อมูลและให้เงินทำงาน หวังเพียงว่าเล่นหุ้นแบบเป็นผู้อยู่รอดในตลาด ถึงแม้จะมีเพียง 20% จาก 100% ของคนเล่นหุ้นทั้งหมดก็ตาม ทั้งนี้การเริ่มเทรดหุ้นต้องศึกษาทั้ง ปัจจัยพื้นฐาน โดยเริ่มจากการอ่านงบ วิเคราะห์งบการเงิน วิเคราะห์บริษัท ดูสินทรัพย์ ตรวจสอบหนี้สินเยอะไหม ดู P/E และ P/BV ควบคู่ไปกับ ปัจจัยทางเทคนิค ที่มาจากการ ศึกษาแท่งเทียน ดูกราฟ จับสัญญาณจาก Indicators ซึ่งมือใหม่หลายท่านอาจยังไม่เซียน…อาจจะลองตีแนวรับ แนวต้าน ตี Trend line แล้ว แต่ก็ไม่ชัวร์ว่าถูกไหม…แล้วจะถามใครดี ??

ทางหลักทรัพย์บัวหลวงจึงได้พัฒนาตัวช่วยก่อนการเทรด “Stock Signals 2018″ มาคราวนี้จัดเต็ม ด้วยตัวช่วยสกรีนหุ้นด้วยปัจจัยพื้นฐาน พร้อมตัวช่วยอ่านสัญญาณซื้อขายทางเทคนิค Chart Pattern & Indicators แบบอัตโนมัติของหุ้นทุกตัว

มารู้จักกับ Stock Signals…

Bull VS Bear แบ่งแยกสัญญาณขาขึ้น และ ขาลง…

Final Stock Signals 18-03

“Stock Signals” แบ่งสัญญาณเป็น 3 ประเภท

Day Trade : เก็งกำไรระยะสั้น เน้นการซื้อขายภายในวันเดียว ไม่เปิดสถานะข้ามคืน

  • ใช้สัญญาณ Candlesticks
  • ใช้ราคาล่าสุดทำการสร้างรูปแบบของ Candlesticks ในรูปแบบต่างๆ
  • เน้นการเก็งกำไรระยะสั้นมาก
  • ปัจจุบันใช้งาน 9 Candlesticks ได้แก่ Hammer, Hanging Man, Invert Hammer, Shooting Star, Piercing Pattern, Dark Cloud Cover, Engulfing, Doji, Harami

Bullish Hammer : รูปแบบการกลับตัวที่เกิดขึ้นในสภาวะตลาดขาลง

hammer

ลักษณะ : เป็นแท่งเทียนที่มี body สั้น แต่จะมีใส้เทียนล่าง (Lower Shadow) ยาวเป็นอย่างน้อย 2 เท่าของ body ลักษณะคล้ายกับ Hanging Man แต่ต่างกันที่ เกิดในแนวโน้มขาลง
แนวโน้ม : การเกิด Hammer บ่งบอกถึงแรงขายในช่วงแรกแต่มีการซื้อกลับเข้ามาอย่างมากระหว่างวัน ทำให้แนวโน้มมีโอกาสกลับตัวเป็นขาขึ้น

Bearish Hanging Man : รูปแบบการกลับตัวที่เกิดขึ้นใกล้จังหวะสิ้นสุดแนวโน้มขาขึ้น

hanging

ลักษณะ : แท่งเทียนจะมีหาง (Lower Shadow) ยาวเป็น 2 เท่าของตัวแท่ง ลักษณะคล้ายกับ Hammer แต่ต่างกันที่ เกิดในแนวโน้มขาขึ้น
แนวโน้ม : Hanging Man เกิดจากแรงขายที่เข้ามามากกว่าปกติ และฝั่งซื้อเริ่มหมดพลัง บ่งบอกถึงโอกาสกลับตัวเป็นขาลง

Bullish Invert Hammer : รูปแบบการกลับตัวที่เกิดขึ้นในสภาวะตลาดขาลง

bhammer

ลักษณะ : เป็นแท่งเทียนที่มี Body สั้นแต่มีหางด้านบน (Upper Shadow) ยาว และราคาปิดต่ำลักษณะคล้ายกับ Shooting Star แต่ต่างกันที่ เกิดในแนวโน้มขาลง
แนวโน้ม : ไส้เทียนด้านบนยาว บอกถึงการที่เริ่มมีแรงซื้อกลับเข้ามา อาจจะมีโอกาสเปลี่ยนแนวโน้มจากขาลงเป็นขึ้น

Bearish Shooting Star : รูปแบบการกลับตัวที่เกิดขึ้นใกล้จังหวะสิ้นสุดแนวโน้มขาขึ้น

shoot

ลักษณะ : ราคาปิดต่ำ เป็นแท่งเทียนที่มี body สั้น และมีหางด้านบน (Upper Shadow) ยาวเป็นอย่างน้อย 2 เท่าของ body หน้าตาคล้าย Invert Hammer ต่างกันที่ เกิดในแนวโน้มขาขึ้น
แนวโน้ม : จากแนวโน้มราคาที่ขึ้นมาก่อนหน้านี้ ซึ่งเห็นได้ว่ามีแรงซื้อพยายามดันราคาให้ขึ้นไปต่อ แต่ก็มีแรงขายเข้ามามากจนกดดันราคาลงมาให้ปิดต่ำ ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนถึงการเปลี่ยนทิศทาง

Bullish Piercing Pattern : รูปแบบการกลับตัวที่มักเกิดขึ้นในสภาวะตลาดขาลง

pie

ลักษณะ : ประกอบด้วยแท่งเทียน 2 แท่ง

  • แท่งแรกสีแดงยาวปิดต่ำ
  • แท่งที่สองราคาเปิด Gap ลง แต่สามารถขึ้นมาปิดสูงเกิน 50% ของแท่งก่อนหน้า

แนวโน้ม : มีแรงซื้อเข้ามามากในวันที่สองทำให้ฝ่ายขายไม่สามารถกดดันราคาต่อไปได้ บ่งบอกถึงโอกาสการเปลี่ยนแนวโน้มเป็นขึ้น

Bearish Dark Cloud Cover : รูปแบบการกลับตัวที่มักเกิดขึ้นในสภาวะตลาดขาขึ้น

ddcลักษณะ : ประกอบด้วยแท่งเทียน 2 แท่ง

  • แท่งแรกสีเขียวยาวปิดสูง
  • แท่งที่สองราคาเปิด Gap ขึ้น แต่ไม่สามารถยืนได้ ราคาลงมาปิดต่ำเกิน 50% ของแท่งก่อนหน้า

แนวโน้ม : มีแรงขายเข้ามาอย่างมีนัยยะสำคัญในวันที่สอง ตีความได้ว่าแรงซื้อถดถอย และอาจเปลี่ยนเป็นขาลงได้

Bullish Engulfing  : รูปแบบการกลับตัวที่มักเกิดขึ้นในสภาวะตลาดขาลง

eng

ลักษณะ : ประกอบด้วยแท่งเทียน 2 แท่ง

  • แท่งแรกสีแดง Body เล็กกว่าแท่งสอง
  • แท่งที่สองราคาเปิด Gap ลง แต่กลับขึ้นมาปิดสูงกว่า และคลุมแท่งก่อนหน้า

แนวโน้ม : ราคาวันที่สองถึงจะเปิดต่ำมากแต่สามารถกลับมาปิดได้สูงในเวลาถัดมา เป็นจุดหมุนที่บ่งบอกการเปลี่ยน Sentiment จากลงเป็นขึ้น

Bearish Engulfing  : รูปแบบการกลับตัวที่มักเกิดขึ้นในสภาวะตลาดขาขึ้น

beng

ลักษณะ : ประกอบด้วยแท่งเทียน 2 แท่ง

  • แท่งแรกสีเขียว Body เล็กกว่าแท่งสอง
  • แท่งที่สองราคาเปิด Gap ขึ้นตอนแรก แต่ลงมาปิดต่ำกว่าและคลุมแท่งก่อนหน้า

แนวโน้ม : การเปิดสูงแต่ปิดต่ำของแท่งที่สองบ่งบอกถึงแรงซื้อที่ไม่มีพลัง และแรงขายที่เข้ามาควบคุมเกม ให้ระวังการเปลี่ยนเป็นขาลง

Bullish Doji : รูปแบบการกลับตัวระยะสั้นจากลงเป็นขึ้น

doji

ลักษณะ : ประกอบด้วยแท่งเทียน 2 แท่ง

  • แท่งแรกสีแดงยาวปิดต่ำ
  • แท่งที่สองราคาเปิด Gap ลง เป็นแท่งที่ไม่มีBody ซึ่งราคาเปิดและราคาปิด อยู่ในระดับราคาเดียวกัน

แนวโน้ม : ตีความได้ว่าแรงขายที่มีมากในวันแรกเริ่มอ่อนตัวลง มีแรงซื้อเข้ามาในวันที่สองทำให้ราคาเกิดความสมดุลใหม่และอาจเปลี่ยนทิศ

Bearish Doji : รูปแบบการกลับตัวระยะสั้นจากขึ้นเป็นลง

beardo

ลักษณะ : ประกอบด้วยแท่งเทียน 2 แท่ง

  • แท่งแรกสีเขียวยาวปิดสูง
  • แท่งที่สองราคาเปิด Gap ขึ้น เป็นแท่งที่ไม่มีBody ซึ่งราคาเปิดและราคาปิด อยู่ในระดับราคาเดียวกัน

แนวโน้ม : ฝ่ายซื้ออาจไม่ได้มีนัยยะจริงและอาจมีแรงขายที่ซ่อนอยู่ ดูได้จากราคาในวันที่สองที่ไม่สามารถไปต่อได้ (เปิดปิดเท่ากัน) มีโอกาสเปลี่ยนเป็นลงในวันถัดไป

Bullish Harami : รูปแบบการกลับตัวระยะสั้นจากลงเป็นขึ้น

hara

ลักษณะ : ประกอบด้วยแท่งเทียน 2 แท่ง

  • แท่งแรกสีแดง Body ยาว
  • แท่งที่สองสีเขียว Body เล็ก และอยู่ภายใน Body ของแท่งแรก

แนวโน้ม : บ่งบอกถึงแนวโน้มที่อาจเปลี่ยนเป็นขึ้นเนื่องจากแรงขายที่เริ่มหมดลง และมีแรงซื้อเข้ามาแทน

Bearish Harami : รูปแบบการกลับตัวระยะสั้นจากขึ้นเป็นลง

bearha

ลักษณะ : ประกอบด้วยแท่งเทียน 2 แท่ง

  • แท่งแรกสีเขียว Body ยาว
  • แท่งที่สองสีแดง Body เล็ก และอยู่ภายใน Body ของแท่งแรก

แนวโน้ม : บ่งบอกถึงแรงซื้อที่เริ่มแผ่ว และแรงขายที่พยายามต้านไม่ให้ราคาไปต่อในวันที่สอง ราคาอาจปรับตัวลงได้ในวันถัดๆ ไป

Short Term Trade : ซื้อขายระยะสั้น ในช่วงระยะเวลา 3-5 วัน และ Medium Term Trade : ซื้อขายระยะกลาง ซึ่งจะมีการถือหุ้นเป็นระยะ 2-4 สัปดาห์

  • ใช้สัญญาณ Price Pattern ที่ได้รับความนิยม ได้แก่ Stochastic, EMA, MACD, Double Bottom, Double Top, Fibonacci, Flag, Head & Shoulder, Mega Phone, Trend, Triangle
  • เน้นการเก็งกำไรระยะสั้นกลางหรือตามเทรนตลาด Trend Following

Bullish Stochastic

sto

ลักษณะ : การที่เส้นสีเขียว (%K) ตัดขึ้นเหนือเส้นสีน้ำเงิน (%D) ซึ่งการตัดกันของเส้นสองเส้นบ่งบอกถึงสัญญาณการกลับตัวเป็นแนวโน้มขาขึ้น
แนวโน้ม : Stochastic ตัดขึ้น แนวโน้มเป็นขาขึ้น

Bearish Stochastic

sto1

ลักษณะ : การที่เส้นสีเขียว (%K) ตัดลงใต้เส้นสีน้ำเงิน (%D) ซึ่งการตัดกันของเส้นสองเส้นบ่งบอกถึงสัญญาณการกลับตัวเป็นแนวโน้มขาลง
แนวโน้ม : Stochastic ตัดลง แนวโน้มเป็นขาลง

Bullish EMA : มักเกิดขึ้นในสภาวะตลาดขาขึ้น

ema

ลักษณ: เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ เป็นการคำนวณค่าเฉลี่ย (Average) ของราคาหุ้น โดยใช้ข้อมูลของราคาหุ้นย้อนหลังตามที่ระยะเวลาที่กำหนด 
แนวโน้ม
: เส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้น ตัดเส้นค่าเฉลี่ยระยะยาวขึ้น บ่งบอกถึงแนวโน้มขาขึ้น

Bearish EMA  : มักเกิดขึ้นในสภาวะตลาดขาลง

ema1

ลักษณ: เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ เป็นการคำนวณค่าเฉลี่ย (Average) ของราคาหุ้น โดยใช้ข้อมูลของราคาหุ้นย้อนหลังตามที่ระยะเวลาที่กำหนด 
แนวโน้ม
: เส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้น ตัดเส้นค่าเฉลี่ยระยะยาวลง บ่งบอกถึงแนวโน้มขาลง

Bullish MACD : มักเกิดขึ้นในสภาวะตลาดขาขึ้น

macd

ลักษณ : MACD พัฒนามาจาก เส้นค่าเฉลี่ย Exponential 12 วัน และ 26 วัน
แนวโน้ม : เส้น MACD ตัดขึ้นเหนือเส้น Signal Line บ่งบอกแนวโน้มขาขึ้น

Bearish MACD : มักเกิดขึ้นในสภาวะตลาดขาลง

macd2

ลักษณ : MACD พัฒนามาจาก เส้นค่าเฉลี่ย Exponential 12 วัน และ 26 วัน
แนวโน้ม : เส้น MACD ตัดลงใต้เส้น Signal Line บ่งบอกแนวโน้มขาลง

Bullish Double Bottom : รูปแบบการกลับตัวจากลงเป็นขึ้น

db

ลักษณะ : รูปแบบราคาที่เกิดจุดต่ำสุดสองครั้งในระดับใกล้เคียงกันและไม่ทำ low ใหม่ เกิดจากการที่เป็นขาลงมาก่อน และราคาพักตัวสร้างฐานเพื่อกลับทิศเป็นขึ้น
แนวโน้ม : หากแท่งเทียนปรับตัวขึ้นทะลุเส้น Neckline มีโอกาสปรับตัวเป็นขาขึ้น

Bearish Double Top : รูปแบบการกลับตัวจากขึ้นเป็นลง

dt

ลักษณะ : รูปแบบราคาที่เกิดจุดสูงสุดสองครั้งในระดับใกล้เคียงกัน และไม่ทำ High ใหม่ มักเกิดใกล้จุดจะสิ้นสุดขาขึ้น
แนวโน้ม : หากแท่งเทียนปรับตัวลงทะลุเส้น Neckline มีโอกาสปรับตัวเป็นขาลง

Bullish Fibonacci : สัญญาณการทะลุแนวต้าน Fibonacci ขึ้นไป

fibo

ลักษณะ : ระดับราคาต่าง ๆ ที่อิงจากตัวเลข Fibonacci หรือ ‘สัดส่วนทองคำ’ เป็นแนวรับและแนวต้านที่มีความสำคัญโดยธรรมชาติทางจิตวิทยาและสถิติ
แนวโน้ม : การที่ราคาทะลุแนวต้าน Fibonacci บ่งบอกถึงโอกาสเกิดแนวโน้มขาขึ้นไปทดสอบที่ระดับถัดไป

Bearish Fibonacci : สัญญาณการทะลุแนวรับ Fibonacci ลงมา

fibo1

ลักษณะ : ระดับราคาต่าง ๆ ที่อิงจากตัวเลข Fibonacci หรือ ‘สัดส่วนทองคำ’ เป็นแนวรับและแนวต้านที่มีความสำคัญโดยธรรมชาติทางจิตวิทยาและสถิติ
แนวโน้ม : การที่ราคาทะลุแนวรับ Fibonacci บ่งบอกถึงโอกาสเกิดแนวโน้มขาลงไปทดสอบที่ระดับถัดไป

Bullish Flag : รูปแบบการไปต่อของราคาในสภาวะขาขึ้น

flag

ลักษณะ : ในแนวโน้มขาขึ้น เมื่อราคาหุ้นขึ้นมาถึงจุดหนึ่ง แรงซื้อคงต้องเริ่มลดลง จากนั้นราคาเริ่มปรับตัวขึ้นๆ ลง เป็นการแกว่งตัวแบบ Sideway Down กรอบของการแกว่งตัวมีลักษณะกรอบคู่ขนาน คล้ายรูป “ธงสะบัด”
แนวโน้ม : การแกว่งตัวแบบ Sideway Down สิ้นสุด และราคาปรับตัวขึ้นทะลุกรอบด้านบน จะเป็นสัญญาณยืนยันว่า ราคาจะปรับตัวต่อเนื่องในแนวโน้มขาขึ้น

Bearish Flag : รูปแบบการไปต่อของราคาในสภาวะขาลง

flag1

ลักษณะ : ในแนวโน้มขาลง เมื่อราคาหุ้นขึ้นมาถึงจุดหนึ่ง แรงขายคงต้องเริ่มลดลง จากนั้นราคาเริ่มปรับตัวขึ้น ๆลง เป็นการแกว่งตัวแบบ Sideway Up กรอบของการแกว่งตัวมีลักษณะกรอบคู่ขนาน คล้ายรูป ‘ธงสะบัด’
แนวโน้ม : การแกว่งตัวแบบ Sideway Upสิ้นสุด และปรับตัวลงทะลุกรอบด้านล่าง จะเป็นสัญญาณยืนยันว่า ราคาจะปรับตัวต่อเนื่องในแนวโน้มขาลง

Bullish Head & Shoulder : รูปแบบการกลับตัวจากลงเป็นขึ้น

har

ลักษณะ : รูปแบบที่เกิดจากการสร้างฐานของราคาในขาลง มีจุดต่ำ 3 จุดคือ ไหล่ซ้าย หัว และ ไหล่ขวา Low ของส่วนหัวจะต่ำที่สุด จุดเฝ้าระวังคือการทะลุเส้น Neckline ขึ้นมาเพื่อยืนยันการเกิด Pattern
แนวโน้ม : สัญญาณซื้อเกิดเมื่อราคาปรับตัวขึ้นทะลุ เส้น Neckline ช่วยบ่งบอกการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้น

Bearish Head & Shoulders : รูปแบบการกลับตัวจากขึ้นเป็นลง

bh

ลักษณะ : รูปแบบที่เกิดจากการพักและแกว่งตัวของราคาในขาขึ้น มีจุดสูง 3 จุดคือ ไหล่ซ้าย หัว และ ไหล่ขวา แรงซื้อที่ลดลงทำให้ไหล่ขวาไม่สามารถทำจุดสูงใหม่ได้ จุดเฝ้าระวังคือการทะลุเส้น Neckline ลงมา
แนวโน้ม : สัญญาณขายเกิดเมื่อราคาปรับตัวลงทะลุ เส้น Neckline ช่วยบ่งบอกการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่แนวโน้มขาลง

Bullish Mega Phone

mega

ลักษณะ : ช่วงการสวิงขึ้นลงจะพบว่า เส้นแนวโน้มทั้งสองจะกางถ่างออกจากกัน คล้ายโทรโข่งกระจายเสียง
แนวโน้ม : เป็นการแกว่งตัวออกข้าง (Sideway) สิ้นสุดลง แล้วราคาหุ้นเริ่มปรับตัวทะลุแนวต้านกรอบบนที่ลากผ่านจุดสูงสุดที่เกิดขึ้นในช่วงที่มีการสวิงขึ้นลง บ่งชี้ว่าแนวโน้มเข้าสุ่การปรับตัวขึ้น

Bearish Mega Phone

mage1ลักษณะ : ช่วงการสวิงขึ้นลงจะพบว่า เส้นแนวโน้มทั้งสองจะกางถ่างออกจากกัน คล้ายโทรโข่งกระจายเสียง
แนวโน้ม : เป็นการแกว่งตัวออกข้าง (Sideway) สิ้นสุดลง แล้วราคาหุ้นเริ่มปรับตัวทะลุแนวรับกรอบล่างที่ลากผ่านจุดต่ำสุดที่เกิดขึ้นในช่วงที่มีการสวิงขึ้นลง บ่งชี้ว่าแนวโน้มเข้าสุ่การปรับตัวลง

Bullish Trend

trend

ลักษณะ : การปรับตัวของราคาสูงขึ้น จนกระทั้ง Break Out เส้นแนวต้าน
แนวโน้ม : หลังจากราคา Break Out เส้นแนวต้าน มีโอกาสเปลี่ยนทิศทางเป็นขาขึ้น

Bearish Trend

t1

ลักษณะ : การปรับตัวลงของราคาจนกระทั้งหลุดแนวรับ
แนวโน้ม : หลังจากราคาหลุดเส้นแนวรับ มีโอกาสเปลี่ยนทิศทางเป็นขาลง

Bullish Triangle

tt

ลักษณะ : รูปแบบการพักตัวของราคาทรงสามเหลี่ยม เป็นการแกว่งตัวเพื่อเลือกทิศทาง จุดสังเกตให้รอการทะลุเส้นแนวรับ-ต้าน
แนวโน้ม : หากราคามีการ Breakout ขึ้นมาทะลุกรอบด้านบน จะเป็นสัญญาณการไปต่อของราคา และบ่งบอกถึงสภาวะ Bullish ขาขึ้น

Bearish Triangle

tt1

ลักษณะ : รูปแบบการพักตัวของราคาทรงสามเหลี่ยม เป็นการแกว่งตัวเพื่อเลือกทิศทาง จุดสังเกตให้รอการทะลุเส้นแนวรับ-ต้าน
แนวโน้ม : หากราคามีการ Breakout ลงมาทะลุกรอบด้านล่าง จะเป็นสัญญาณการปรับตัวลงของราคา และบ่งบอกถึงสภาวะ Bearish ขาลง

ทำความรู้จัก “Stock Signals 2018” ค้นหาหุ้นด้วยปัจจัยพื้นฐาน
และกราฟเทคนิคแบบอัตโนมัติ...คลิกที่นี่

อ่านรายละเอียดวิธีการเข้าใช้งาน Stock Signals…คลิกที่นี่ 

บทความนี้เป็นประโยชน์กับท่านหรือไม่

แสดงความคิดเห็น