5 อันดับหุ้นทำเงินประจำปี 2560

เผลอแป๊บเดียวก็จะหมดปี 2560 แล้วครับ ปีนี้ตลาดหุ้นไทยก็ยังคงความตื่นเต้น เร้าใจ ได้เหมือนหลาย ๆ ปีที่ผ่านมา เพราะก่อนจะถึงวันที่ 28 สิงหาคม 2560 ผมมั่นใจว่า…

“99% ของนักลงทุนไทยไม่มีใครคิดว่า SET จะบุกทะลวงทะลุ 1,700 ฟอร์มนี่ร้อนยังกะ โม ซาลาห์ แห่ง FAB 4 ของลิเวอร์พูลแชมป์ยุโรป 5 สมัยหนึ่งเดียวของเกาะอังกฤษได้”

เล่นเอาสายนิ่งถึงกับตาค้าง หนักสุดคือกลุ่มบุคคลผู้เสียภาษีตาดำ ๆ ทั้งหลาย ที่ตั้งอกตั้งใจจะรอซื้อ LTF RMF ปลายปี ที่ปีนี้ไม่ได้ซื้อราคาถูกเหมือนปีก่อน ๆ แล้วครับ และเนื่องในโอกาสส่งท้ายปีแบบนี้ ผมได้รวบรวมหลักทรัพย์รายตัว (หุ้น+Warrant) ที่ทำให้นักลงทุนได้เงิน และสูญเงินมากที่สุดของปี 2560 มาดูกันเลย!!!

ภาพรวมหุ้นไทย 2560 …

1

นับถึงวันที่ 19 ธันวาคม 2560 ในตลาดหุ้นไทยมีหลักทรัพย์ซื้อขายกันอยู่ทั้งสิ้น 942 ตัว (รวม Warrant ด้วย) โดยมีหุ้นที่ราคาปรับเพิ่มขึ้น (กำไร) คิดเป็น 45% (430 ตัว) และหุ้นที่ราคาปรับตัวลดลง (ขาดทุน) 55% (512 ตัว) ครับ นั่นหมายความว่า “การโยนเหรียญหัวก้อยเสี่ยงทาย ยังมีโอกาสถูกมากกว่าหลับหูหลับตาซื้อหุ้นให้ได้กำไรเสียอีก”

5 อันดับหุ้นที่ทำเงิน ประจำปี 2560

  1. SKY (บริษัท สกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน)) +485.07%
  2. ORI (บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน)) +255.24%
  3. ASIAN (บริษัท ห้องเย็นเอเชี่ยน ซีฟู้ด จำกัด (มหาชน)) +226.65%
  4. RS (บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน)) +223.72%
  5. BFIT ( บริษัทเงินทุน ศรีสวัสดิ์ จำกัด (มหาชน)) +213.76%

5 อันดับหุ้นที่ทำเงินสูญ ประจำปี 2560

  1. EIC (บริษัท อุตสาหกรรม อีเล็คโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน)) -89.28%
  2. GL (บริษัท กรุ๊ปลีส จำกัด (มหาชน)) -87.95%
  3. PACE (บริษัท เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)) -84.92%
  4. TSF (บริษัท ทรีซิกตี้ไฟว์ จำกัด (มหาชน)) -74.36%
  5. EFORL (บริษัท อี ฟอร์ แอล เอม จำกัด (มหาชน)) -74.07%

(ข้อมูลนี้เป็นข้อเท็จจริง ไม่ได้เป็นการนำเสนอเพื่อชี้นำอะไรทั้งสิ้นนะครับ)

พอดูอันดับแล้ว มีทั้งที่พอจะเดา ๆ ออก กับที่เห็นแล้วงง ๆ อย่างกรณีของ SKY อันดับ 1 ที่กำไรเยอะสุด เพราะบวกไปถึง 485.07% ที่จนถึงวินาทีนี้ผมยังไม่รู้เลยว่าหุ้นตัวนี้ทำมาหากินอะไร และเพราะอะไรหุ้นถึงขึ้น ในขณะที่อันดับ 2 ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ ที่ต้องยอมรับว่าราคาสมน้ำสมเนื้อกับผลการดำเนินงานของบริษัทมากครับ เพราะนับจากปีแรกที่ ORI เข้ามาเทรดในตลาด ยังมีกำไรสุทธิอยู่เพียง 380 ลบ. จนถึงตอนนี้สิ้นไตรมาส 3 ปี 60 กำไรล่อไปแล้ว 960 ลบ. ครับ

ส่วนฝั่งแดงเดือด ตัวที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลย ก็คือ GL ที่ปีนี้มีเรื่องมีราวให้เราได้กล่าวขวัญถึงกันบ่อย ทั้งข่าวการทำธุรกรรมบางอย่างที่อาจทำให้ผลประกอบการสูงเกินความเป็นจริง จนไปถึงข่าวของผู้บริหารชาวญี่ปุ่น ที่โดนคดีความที่ประเทศของเขาเอง เรื่องทั้งหมดนี้ทำให้ GL ต้อง Get on the Floor อยู่หลายวันเลยทีเดียวครับ

มีหุ้นเพียง 30% เท่านั้น ที่ชนะตลาด

ภาพแรกที่ผมให้ดูไปแล้วนั้น คุณจะเห็นว่าในบรรดาหลักทรัพย์ทุกตัวในตลาด มีเพียง 30% เท่านั้นที่สามารถทำผลตอบแทนได้สูงกว่า SET Index … นั่นหมายความว่า “มีโอกาสถึง 70% ที่คุณจะเลือกไปเจอหุ้นที่ลงทุนแล้วแพ้ SET”

BMSCITH … 1 ในผู้ชนะ SET Index

2

ในหลักทรัพย์จำนวน 942 ตัวนั้น ผมได้ลองเรียงลำดับผลตอบแทนจากมากไปหาน้อย และคิดเป็นออกมาเป็นอันดับ Percentile พบว่า “มีหุ้นเพียง 19% ในตลาดเท่านั้น ที่ทำผลตอบแทนได้สูงกว่า BMSCITH … ที่เหลือแพ้เรียบ!!!” โดย BMSCITH ทำผลตอบแทนไปแล้วราว ๆ 20% สูงกว่า SET ที่อยู่ประมาณ 11-12% ครับ ซึ่งถือว่าเป็นผลงานที่ไม่ธรรมดาเลยของกองทุนเลียนแบบดัชนี MSCI ท่านไหนสนใจ ลองสอบถามคนดูแลบัญชีของคุณดูนะครับ

ปริพรรห์ ปริยอุดมทรัพย์ CFP®

บทความนี้เป็นประโยชน์กับท่านหรือไม่

1 ความคิดเห็นสำหรับบทความนี้

  1. Anonymous

    มีประโยชน์ครับ บางครั้งเราอาจคราดไม่ถึง มีไก้รายได้รู้ก็ดีครับ อบคุณครับ

แสดงความคิดเห็น