Stock Universe มีความสำคัญต่อพอร์ตการลงทุนอย่างไร?

stock universe thumnail 4

 

Stock Universe คือ หลักทรัพย์ในขอบเขตการลงทุน หรืออีกในความหมายคือ ตระกร้าหลักทรัพย์หรือชุดหลักทรัพย์ที่ใช้ในการลงทุน

ทั้งนี้นักลงทุนหลายท่านคงคิดว่า เพียงแค่เรามีสัญญาณซื้อขายที่แม่นยำก็น่าจะเพียงพอที่จะสามารถทำให้พอร์ตของเราเติบโตได้  โดยไม่ได้คำนึงว่า แม้อัตราส่วนความแม่นยำจะเท่ากัน แต่โอกาสการสร้างกำไรของหลักทรัพย์แต่ละตัวอาจไม่เท่ากัน “ดังนั้น Stock Universe หรือชุดหลักทรัพย์ที่เราจะใช้ลงทุนนั้นจึงมีส่วนสำคัญที่ทำให้ผลการดำเนินงานพอร์ตรวมของเราสามารถสร้างผลตอบแทนที่มากกว่าตลาดได้”

ดังตัวอย่าง ในปี 2013-2015 ที่ตลาดเป็นช่วง Fund Flow จากนักลงทุนต่างชาติไหลออก ซึ่งมีการขายสุทธิออกมาไม่ต่ำกว่า 300,000 ล้านบาท ดังภาพกราฟด้านล่าง จึงเห็นได้ว่าหลักทรัพย์ขนาดใหญ่ใน SET50 จะมีแนวโน้มที่จะถูกขายมากกว่าถูกซื้อจากนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งจะส่งผลให้หลักทรัพย์กลุ่มนี้มีแนวโน้มการปรับตัวลดลงมากกว่าในตลาดขาลง และปรับตัวขึ้นได้น้อยกว่าในตลาดขาขึ้น

 

stock universe 1

 

ซึ่งหาก Stock Universe ของกลยุทธ์ที่ท่านลงทุนมีกลุ่มหลักทรัพย์ขนาดใหญ่ (Big Cap) อยู่จำนวนมาก ระบบก็จะมีโอกาสที่จะเลือกลงทุนหลักทรัพย์เหล่านั้นเข้ามาในพอร์ตได้  ทั้งนี้ในกรณีที่ตลาดเป็นช่วงกระแสเงินไหลเข้า กลยุทธ์ที่มีกลุ่มหลักทรัพย์ขนาดใหญ่ (Big Cap) อยู่ใน Universe ก็จะมีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่โดดเด่นได้ดีกว่าเช่นกัน โดยหากเปรียบเทียบผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี 2013 ถึงปลายปี 2016 จะเห็นได้ว่า ดัชนี SET50 มีผลตอบแทนต่ำกว่า SET ถึง 8%

 

stock universe 2

 

โดยปัจจุบัน บริการ Bualuang iProgramTrade จะมี Stock Universe สำหรับการลงทุน ตั้งแต่ 100 -395 ตัว จากหลักทรัพย์ทั้งตลาดที่มีประมาณ 600 ตัว การคัดเลือกชุดหลักทรัพย์ขึ้นอยู่กับแนวทางการลงทุนของแต่ละกลยุทธ์ ขึ้นอยู่กับการคัดเลือกของผู้วิจัยกลยุทธ์นั้นๆ โดยอาจพิจารณาจากขนาดของ Market Cap., ปริมาณการซื้อขายโดยเฉลี่ย, ข้อมูลทางการเงิน หรือ ความสอดคล้องกับสัญญาณซื้อ-ขายของกลยุทธ์ เป็นต้น ในบางกลยุทธ์อาจมีการปรับเปลี่ยน Stock Universe ในทุก 3 หรือ 6 เดือน เพื่อให้สอดคล้องกับสภาวะตลาดปัจจุบัน เช่น การเพิ่มหลักทรัพย์ใหม่ๆ เข้ามา จาก IPO หรือ การถอดหลักทรัพย์ที่สภาพคล่องลดน้อยลง เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม Bualuang  iProgramTrade มี Stock Universe ที่กระจายครอบคลุมทั้งตลาด SET และ MAI  ซึ่งในแต่ละกลยุทธ์อาจมีสัดส่วนของการแบ่งน้ำหนักในหลักทรัพย์ขนาดใหญ่ ขนาดเล็กในอัตราส่วนที่แตกต่างกันไป ดังนั้น ผู้ลงทุนควรพิจารณารายละเอียดของ Stock Universe ว่าตรงกับความต้องการของผู้ลงทุนหรือไม่ เพราะนักลงทุนอาจจะมีความชอบพอในการถือหลักทรัพย์ใหญ่หรือหลักทรัพย์เล็กที่แตกต่างกันไป

 

stock universe 3

 

ซึ่งหากพิจารณาข้อมูลในอดีตย้อนหลังจะเห็นได้ว่าตลาดหลักทรัพย์ไทยมักมีการปรับตัวขึ้น-ลง ของหลักทรัพย์ขนาดใหญ่ ขนาดเล็ก สลับกันไปมา ไม่มีหลักทรัพย์กลุ่มใดกลุ่มใดหนึ่งที่ขึ้นตลอดกาล ดังนั้นหากผู้ลงทุนไม่สะดวกในการการเลือกจังหวะ การเลือกกลยุทธ์ที่มีหลักทรัพย์กระจายได้มากที่สุดน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีอันหนึ่งที่จะสามารถเกาะกับการลงทุนได้ทุกสภาวะตลาด แต่หากอ่านตลาดขาดการเลือกที่จะให้น้ำหนักการลงทุนในหลักทรัพย์เฉพาะกลุ่ม ก็เป็นทางเลือกที่ดีเช่นกัน

 

iProgramTrade Banner1566

บทความนี้เป็นประโยชน์กับท่านหรือไม่

แสดงความคิดเห็น