“รวมเรื่องดี ที่น่ารู้” จากห้องเรียนการลงทุนสัปดาห์ที่สอง @ เดอะ สต๊อก มาสเตอร์ ๒๕๖๐

หลายคนคงได้ยินวลีนี้จนคุ้นหูว่า…อย่าเก็บไข่ทั้งหมดไว้ในตระกร้าใบเดียว “Don’t put all your eggs in one basket” ประโยคนี้ยังสื่อความได้ดีและจริงเสมอ…หากคุณใส่ไข่ทั้งหมดที่มีลงไปภายในตระกร้าเพียงใบเดียว…ผลลัพธ์มีอยู่ 2 อย่าง อย่างแรก…ไข่ทั้งหมดยังอยู่ดี แต่ถ้าเกิดโชคไม่ดีแบบอย่างที่สองหละ…ตระกร้าร่วง ไข่ก็แทบไม่เหลือเลยซักฟอง คำพูดนี้เปรียบได้ดีกับ “การลงทุน” เช่น ถ้าหากคุณลงทุนในหุ้นเพียงตัวเดียว ด้วยเงินหมดหน้าตักที่มี…”ไม่รุ่งก็ร่วง” แล้วถ้าเกิดมันร่วงหละ!! พอร์ตของคุณที่มีหุ้นอยู่ตัวเดียวจะเป็นอย่างไร ?

การกระจายความเสี่ยง จึงเป็นสิ่งแรกๆ ที่เราต้องคำนึงถึง เมื่อเราเริ่มต้นลงทุนในสินทรัพย์อะไรก็ตาม…การกระจายความเสี่ยงจึงถูกหยิบยกเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในคลาสเรียน เดอะ สต๊อก มาสเตอร์ ๒๕๖๐ ถ้ามีแบบสอบถาม หรือ ใครก็ตามถามคุณว่า “คุณยอมรับความเสี่ยงได้มากแค่ไหน ?” คำตอบมีเพียง มาก ปานกลาง น้อย คุณคงคิดและตอบได้อย่างรวดเร็ว!!

แต่ถ้าเอาให้เห็นชัดๆ…นำเงินมาลงทุน 1 ล้านบาท เหลือเงิน 4-5 แสนบาท (ความเสี่ยง 50-60%), เหลือเงิน 6-7 แสนบาท (ความเสี่ยง 30-40%) แต่ถ้าเหลือเงิน 8-9 แสนบาท (ความเสี่ยง 10-20%) …คุณยอมให้เงินลงทุนของคุณหายไปเท่าไร นั้นคือความเสี่ยงที่คุณยอมรับได้นั่นเอง…

การกระจายความเสี่ยงจากการลงทุน…

1809092017

จากรูปด้านบน…จะเห็นได้ว่าในช่วงที่ตลาดหุ้นไทยเกิดวิกฤตนั้น การกระจายความเสี่ยงของการลงทุนจะช่วยให้คุณเจ็บตัวน้อยกว่า!!
ตัวอย่างเช่นในปี 2007-2008 ที่เกิดวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์นั้น หากคุณลงทุนในหุ้นอย่างเดียว 100% พอร์ตคุณจะเสียหายและติดลบถึง -57% แต่ถ้ามีการกระจายความเสี่ยง (Mixed A) ลงทุนในหุ้น 70% และ ตราสารหนี้ 30% และ (Mixed B) ลงทุนในหุ้น 50% และ ตราสารหนี้ 50% สุดท้าย (Mixed C) ลงทุนในหุ้น 30% และ ตราสารหนี้ 70% คุณจะเสียหายและติดลบลดลงเหลือ -40%  -28% -16% ตามลำดับ…หลังจากเรียนรู้ข้อดีของการกระจายความเสี่ยงกันไปแล้ว!! มาต่อกันด้วย…

เริ่มวิเคราะห์หลักการเลือกหุ้นแบบ 4C วิเคราะห์พื้นฐาน
ไปพร้อมกับแนวคิดของ Warren Buffet …

buffet

  • Character – คุณไม่ได้เล่นหุ้น…แต่คุณกำลังศึกษาเพื่อซื้อธุรกิจ เราจึงต้องรู้ว่าบริษัทนั้นๆ ทำมาหากินอะไร…
  • Competitive – ขีดความสามารถในการแข่งขัน ธุรกิจนั้นๆ ทำอะไร แข่งกับคนอื่นได้มากน้อยแค่ไหนในแง่ของ ต้นทุน ราคา และความสามารถในการทำกำไร…
  • CEO. – ผู้บริหารใช้เงินผู้ถือหุ้นคุ้มค่าไหม / ผลงานออกมาเป็นอย่างไร / มีธรรมาภิบาลในการบริการธุรกิจอย่างไร
  • Cheap (or Fair) – มูลค่าที่ซ่อนอยู่ในงบการเงิน สามารถวิเคราะห์ได้จาก P/E / P/BV / Yield

ทิ้งท้ายกันด้วย “8 กับดัก…มือใหม่”

  1. ไม่กระจายความเสี่ยง ชอบทุ่มหุ้นตัวเดียว หรือกลุ่มเดียวเยอะๆ เวลาขาดทุนพอร์ตเลยเสียหายหนัก
  2. ไม่มีแผนการลงทุน เล่นตาม Group Line เล่นตามอารมณ์ ไม่วางแผนล่วงหน้า
  3. ตั้งเป้าหมายไม่สมจริง มโนผลตอบแทนเว่อร์ๆ เช่น อยากได้กำไร 10% ทุกวัน ไม่นึกถึงความเป็นจริง
  4. เล่นหุ้นตามข่าว ฟังข่าวลือ…เชื่อวงใน ซื้อตอนข่าวดี ขายตอนข่าวร้าย
  5. ไม่ทำการบ้าน อยากรวย…แต่ขี้เกียจศึกษา ไม่อ่านงบ ไม่ตีกราฟ ไม่วิเคราะห์แนวโน้ม
  6. อดทนรวย ไม่เป็น มือใหม่มักใจร้อน และ กลัวไม่ได้กำไร หุ้นวิ่งขึ้นไปไม่กี่ช่องแล้วรีบขาย ทำแบบนี้เท่ากับจำกัดกำไรของตัวเอง…
  7. ไม่ยอม Cut Loss ไม่ขายไม่ขาดทุน ถึงจุดคัตไม่คัต ถัวเฉลี่ยขาลง ยิ่งทำให้ขาดทุนเพิ่มขึ้นอีก สุดท้ายทนไม่ไหว…ไปขายเอาที่ Low
  8. เล่นแต่หุ้นซิ่ง ขึ้นรถเข้าหุ้นซิ่งหวังรวยเร็ว แต่ไม่คำนึงถึงความยั่งยืน…ได้คุ้มเสียรึป่าว

180999

ผู้เข้าร่วมโครงการ รับชมย้อนหลังกันได้แล้วที่ Bualuang Connex

  • วิธีเข้าเรียน “เดอะ สต๊อก มาสเตอร์” ผ่านทาง PC คลิกที่นี่
  • วิธีเข้าเรียน “เดอะ สต๊อก มาสเตอร์” ผ่าน Bualuang CONNEX คลิกที่นี่

บทความนี้เป็นประโยชน์กับท่านหรือไม่

2 ความคิดเห็นสำหรับบทความนี้

แสดงความคิดเห็น