SET 1,800 แต่ทำไมหุ้นในพอร์ตยังแดง!!

ตลาดหุ้นไทยเดินทางมาไกลโดยใช้เวลาเพียงไม่นาน เริ่มตั้งแต่ต้นปี 2017 ตลาดหุ้นไทยเริ่มออก Start ที่ 1,548.61 จุด ปรับตัวทะลุผ่าน 1,600 จุด ช่วงปลายเดือนสิงหาคม…ใช้เวลาไม่เกิน 2 เดือน ดัชนีฟอร์มตัวดีดีดแรงทะลุ 1,700 …1,750 ทดสอบแนวต้าน 1,780 จนสามารถผ่านมาได้ และเมื่อไม่นานมานี้เช่นกันที่ดัชนีหุ้นไทยคึกคักพยายามทดสอบ 1,800 จุด ประมาน 2-3 ครั้ง จนเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาปิดตัวเหนือแนวต้านสำคัญแข็งแกร่งที่ 1,810.19 จุด แทบไม่น่าเชื่อใช้เวลา 1ปีเศษๆ ตลาดหุ้นไทยขึ้นมาถึง 261 จุด!!

…นักลงทุนหลายคนพอได้ยิน ได้เห็นแบบนี้ก็ชื่นใจ ลองไปเปิดพอร์ตหุ้นกันดูหน่อยเป็นอย่างไรบ้าง ? บางคนยิ้มกรุ้มกริ่มหุ้นที่เรามีวิ่งเขียวบวกตามตลาด แต่บางคนถึงกับอุทานออกมาว่า SET 1,800 แต่ทำไมหุ้นในพอร์ตยังแดง!!

…เราต้องเริ่มนั่งทบทวนความผิดพลาดที่เกิดขึ้น เพื่อหาแนวทางการปรับพอร์ต ซึ่งมีอยู่ 2 กรณี คือ การปรับพอร์ตเป้าหมายนั้นขึ้นอยู่กับเงื่อนไขข้อกำหนดจากตัวนักลงทุนเอง เช่น อายุ รายได้ ความเสี่ยงที่เรารับได้ เป้าหมายของแต่ละคน และเงินที่นำมาลงทุนเย็นพอหรือไม่ หรือปรับพอร์ตต่อเมื่อสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น ภาวะตลาดกระทิง เราก็ควรเพิ่มสัดส่วนในการลงทุน แต่กลับกันถ้าตลาดอยู่ในภาวะหมี เราก็ควรปรับลดสัดส่วนการลงทุน…ถ้าเมื่อไรที่ตลาดหุ้นเป็นแนวโน้มขาขึ้นเรื่อยๆ แต่พอร์ตคุณยังแดง นอกจากจะไม่ได้เพิ่มสัดส่วนการลงทุนในหุ้นให้เกาะไปกับแนวโน้มตลาดแล้ว เรายังเสียโอกาสของการลงทุนอีกด้วย!!

นักลงทุนอาจเกิดความเข้าใจผิดบางประการ!! เช่น คิดว่าสัญญาณทางเทคนิคจะสามารถบอกให้เราซื้อในจุดที่ต่ำที่สุดและไปขายในจุดที่สูงที่สุดได้ หรือการใช้ Time Frame และ Indicators ที่ใช้ได้ดีกับหุ้นอีกตัวหนึ่ง จึงนำมาใช้กับหุ้นตัวอื่นๆ หวังว่าจะให้ผลดีเหมือนกัน เมื่อไรที่เราตัดสินใจลงทุนซื้อหุ้นด้วยสัญญาณทางเทคนิค เมื่อถูกทางเราก็ดูสัญญาณทางเทคนิคประกอบต่อว่าจะขายล็อคกำไร หรือ Let Profit Run แบบไหนดีกว่ากัน!! เมื่อไรที่พอร์ตแดง หุ้นที่ตัดสินใจซื้อผิดทางเราต้อง Stop loss กำหนดจุดเข้าก็ต้องมีจุดออก!!

กำหนดจุดเข้าออกด้วย แนวรับ – แนวต้าน

เมื่อไรที่หุ้นเบรคแนวต้านหรือลงมาแล้วไม่หลุดแนวรับเรามาร์คจุดเข้าซื้อทันที ถ้าหุ้นเป็นขาขึ้นอย่างชัดเจนดีใจด้วยคุณเลือกถูก แต่ถ้ามันไม่ถูกทุกครั้งแบบนี้เสมอไปหล่ะ ลองนึกดูเล่นๆ ว่า…จุด Stop loss ของคุณควรจะอยู่ที่ไหน อย่างเซฟที่สุดเลย คือ หลุดแนวรับเมื่อไรรีบเผ่น อย่าเพิ่งไปคิดว่าหลุดหลอกหรือหลุดจริง หลุดก็คือหลุด…เผ่นออกมาตั้งหลักก่อน

aav

กำหนดจุดเข้าออก ด้วย Indicators

ตั้งบนกราฟชัดๆ ไปเลย จะซื้อที่จุดไหนและขายที่จุดไหน กำหนดโดยเส้นค่าเฉลี่ย EMA 5 วัน ตัดเส้น 10 วัน หรือใครคิดว่าสัญญาณนี้อาจไวไปจะปรับเปลี่ยนวันได้อาจเป็นเส้นค่าเฉลี่ย EMA 10 วันตัด 25 วัน ระยะกลางได้เช่นกัน…

  • ตั้งค่าจากโปรแกรมกราฟ Aspen

ขั้นตอนที่ 1 : เข้าโปรแกรม Aspen เลือกเมนู Chart พิมพ์ชื่อหุ้นที่ต้องการค้นหา กด ENTER จากนั้นเลือก Expert Advisor >> Moving Average Signal (.SIMAV) เส้น MAV ปรากฏที่กราฟ…

ขั้นตอนที่ 2 : ไปที่เมนู Study Properties >> เลือก Moving Average Signal >> เลือก Parameters ปรับค่าให้เป็นคำชัดๆ อ่านง่ายๆ
DownLable : SELL และ UpLabel : BUY กด Apply แล้ว OK… ถ้าต้องการปรับวันของเส้นค่าเฉลี่ยให้ปรับที่ Period… เห็นได้ชัดรอบการลงทุนของเรา

kkp

กำหนดจุดเข้าออกด้วย EMA 200 วัน

หลายๆ บทความที่พูดถึงการซื้อ-ขายด้วยสัญญาณทางเทคนิค เส้น 200 วันจะเป็นพระเอกตลาดกาลอยู่ในนั้นด้วย เพราะหากเราเลือกลงทุนระยะยาวขึ้นมาอีกหน่อย เส้น 200 วันจะแบ่งแยกแนวโน้มขาขึ้นและขาลงอย่างชัดเจนที่สุด…แม่นยำกว่าใครด้วย!!

…เมื่อไรก็ตามที่ราคาหุ้นวิ่งใต้เส้น 200 วัน ภาพการลงทุนแบบนี้จะไม่จูงใจให้เราเข้าไปเล่น จุดสนใจจะเปลี่ยนแปลงไปก็ต่อเมื่อ ราคาฟอร์มตัวดีพยายามทดสอบที่เส้น 200 วัน จังหวะนั้นเป็นจุดเข้าซื้อที่ต่ำที่สุด เราไม่รู้ว่าการขึ้นครั้งนี้จริงหรือไม่ เราต้องเตรียมจุด Stop loss ไว้เช่นเคย…แล้วจุด Stop loss ของครั้งนี้ ก็ห้ามหลุดเส้น 200 วัน หลุดเมื่อไร…หนีตายทันที!!

tvooo

เคยได้ยินไหม “เริ่มดี มีชัยไปกว่าครึ่ง” ลองนึกภาพตามกันดูนะคะ เราไม่จำเป็นต้องมีเงินที่เยอะที่สุด หรือเราไม่จำเป็นต้องมีโปรแกรมดูกราฟอย่างเซียนเขาใช้กัน เเต่สิ่งที่เราจำเป็นต้องมีและขาดไม่ได้ คือ “วินัยแห่งการลงทุน” เทรดเเล้วพอร์ตไม่พัง !!

บทความนี้เป็นประโยชน์กับท่านหรือไม่

12 ความคิดเห็นสำหรับบทความนี้

แสดงความคิดเห็น