“หุ้นค้าปลีก” ตัวไหน “กำไรQ3เด่นสุด”

“การบริโภคในประเทศได้ผ่านจุดต่ำสุดมาแล้ว และเริ่มเข้าสู่โหมดฟื้นตัวในไตรมาส 3 ปี 2560”
นักวิเคราะห์หลักทรัพย์บัวหลวงยืนยันมุมมอง ขณะเดียวกันยังได้ปรับน้ำหนักการลงทุนจาก “น้อยกว่าตลาด” มาเป็น “มากกว่าตลาด
หลังคาดว่าการจับจ่ายใช้สอยจะเริ่มดีขึ้น เมื่องานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9 เสร็จสิ้นปลายเดือนต.ค.2560

สอดคล้องกับมุมมอง ดร.ฉัตรชัย ตวงรัตนพันธ์ ผู้อำนวยการสมาคมค้าปลีกไทย ที่ว่า การบริโภคภายในประเทศจะฟื้นตัวชัดเจนในไตรมาส 4 ปี 2560 แต่การฟื้นตัวจะจำกัดเพียงในเขตกรุงเทพ หัวเมืองใหญ่ และเมืองท่องเที่ยว เพราะในต่างจังหวัดยังได้รับแรงกดดันจากราคาพืชผลการเกษตรที่ยังคงอยู่ในระดับต่ำ

ได้ยินเช่นนี้หลายคนคงคิดต่อว่า
แล้วจะช้อนหุ้นกลุ่มค้าปลีกตัวไหนดี…ก่อนงบไตรมาส 3 ออก

ก่อนจะเฉลยรายชื่อหุ้นค้าปลีกน่าลงทุนจากนักวิเคราะห์หลักทรัพย์บัวหลวง ลองมาย้อนดูผลประกอบการในช่วงไตรมาส 2 ปี 2560 ของเหล่าผู้ประกอบการค้าปลีกจะพบว่า  หลายรายมีกำไรสุทธิลดลง เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากภาพรวมการบริโภคมีการฟื้นตัวช้าอย่างค่อยเป็นค่อยไป หลังราคาพืชผลทางการเกษตรส่วนใหญ่ยังทรงตัวอยู่ในระดับต่ำ และฤดูฝนที่มาเร็วกว่าปกติ

ยกตัวอย่าง  เจ้าของมาร์เก็ตแคปอันดับหนึ่งของกลุ่มอย่าง บมจ.ซีพี ออลล์ หรือ CPALL ที่มีกำไรสุทธิ 4,647.18 ล้านบาท เทียบกับไตรมาสแรกของปีที่มีกำไรสุทธิ 4,764.99 ล้านบาท หรือเจ้าของมาร์เก็ตแคปเบอร์ 3 อย่าง บมจ.สยามแม็คโคร หรือ MAKRO ที่มีกำไรสุทธิ 1,231.27 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาส 1 ที่ทำกำไรสุทธิได้ระดับ 1,622.27 ล้านบาท

ปัจจุบัน CPALL และ MAKRO มีมาร์เก็ตแคปเฉลี่ย 613,096.67 ล้านบาท และ 168,000 ล้านบาท ตามลำดับ (อ้างอิงตัวเลขจากตลท. ณ วันที่ 20 ต.ค.2560)

มาดูกันว่ามีตัวไหนบ้างที่นักวิเคราะห์ให้คำแนะนำ “ซื้อ” 

COMM_sectorupdate201020170

จากบทวิเคราะห์ฉบับวันที่ 20 ต.ค.2560 นักวิเคราะห์หุ้นกลุ่มค้าปลีก หลักทรัพย์บัวหลวง ระบุชัดเจนว่า ชอบหุ้น BEAUTY CPALL และ HMPRO มากที่สุด

BEAUTY ครองแชมป์กำไรโตจากธุรกิจล้วนๆ

ในส่วนของ BEAUTY เป็นเพียงบริษัทเดียวในกลุ่มค้าปลีกที่ยังคงแนะนำลงทุน ราคาเป้าหมาย 19.60 บาท หลังมีสารพัดจุดเด่นคอยสนับสนุนฐานะการเงิน โดยเฉพาะเรื่องที่ยอดขายในประเทศไม่ชะลอตัว แม้การบริโภคยังไม่ฟื้นตัว คาดว่า “ยอดขายสาขาเดิม” ในช่วงไตรมาส 3 ปี 2560 อาจขยายตัว 20%  และจะมีรายได้รวมเพิ่มขึ้นถึง 37% ในฝั่งของกำไรสุทธิอาจเติบโต 50%

Product-Scentio-mix

(ที่มา : BEAUTY )

ขณะเดียวอุปสงค์ในประเทศของเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ความงามยังคงเติบโตต่อเนื่อง หลังผู้บริโภคเริ่มหันมาดูแลตัวเองมากขึ้น สอดคล้องกับคำพูดของ ผู้อำนวยการสมาคมค้าปลีกไทย ที่ระบุว่า พฤติกรรมของผู้บริโภคได้เปลี่ยนไปแล้ว ส่วนใหญ่หันมาใส่ใจด้านสุขภาพมากขึ้น

นอกจากนั้นบริษัทยังได้รับอานิสงค์จากการเติบโตของอุตสาหกรรม หลังการบริโภคเครื่องสำอางต่อหัวในประเทศไทยยังอยู่เพียง 20 เหรียญสหรัฐ ขณะที่ประเทศญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ มีการบริโภคเครื่องสำอางต่อหัวสูงถึง 180 และ 200 เหรียญสหรัฐ ตามลำดับ

อีกหนึ่งจุดเด่น คือ การขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศจะช่วยหนุนให้ยอดขายและกำไรทำ “จุดสูงสุดใหม่ทุกไตรมาส” ซึ่งในไตรมาส 3 ปี 2560 ยังคงเติบโตอย่างก้าวกระโดด สะท้อนผ่านการแสดงความมั่นใจของ “คุณสุรพล เพชรกลึง” ประธานเจ้าหน้าที่บริการสายบัญชีและการเงิน BEAUTY ที่ยืนยันภายในงาน BLS Consumer Day ว่า ยอดขายในต่างประเทศจะเป็นปัจจัยหลักขับเคลื่อนการเติบโตต่อเนื่องในปี 2561

CPALL อนาคตสดใสรออยู่

การเติบโตของ CPALL น่าจะทยอยปรับตัวดีขึ้นในช่วงไตรมาส 3 ปี 2560 คาดว่าจะมีกำไรประมาณ 4,851 ล้านบาท ขยายตัว 17.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 4,115 ล้านบาท และอาจเห็นกำไรเติบโตอย่างแข็งแกร่งในไตรมาส  4 ปี 2560 จากฐานต่ำในช่วงการไว้อาลัย ซึ่งการเปิดสาขาใหม่ยังคงเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลัก สิ่งที่ทำให้ CPALL แตกต่างจากผู้ประกอบการค้าปลีกรายอื่น คือ การที่ยังมีโอกาสในการเปิดสาขาได้มาก

Untitled

 

แม้ว่า จำนวนร้าน 7-Eleven เกือบจะใกล้ถึง 10,000 สาขา แต่ก็ยังไม่มีสัญญาณว่าจะอิ่มตัว แผนการขยายสาขาอย่างน้อย 700 สาขาต่อปี น่าจะทำให้จำนวนสาขาเพิ่มขึ้นเป็น 13,000 สาขา ในปี 2564

cpall (2)

นอกจากนี้ส่วนใหญ่ของร้านที่มีการปรับปรุงทั้งหมด 1,000 สาขาต่อปีจะถูกเพิ่มพื้นที่ให้ใหญ่ขึ้น เพื่อรองรับจำนวนสินค้าและบริการที่เพิ่มมากขึ้น

HMPRO เติบโตด้วยอัตราเร่ง

หุ้น HMPRO ยังเป็นอีกหนึ่งหลักทรัพย์ที่แนะนำให้เลือกลงทุน เพราะบริษัทสามารถประเมินภาพเศรษฐกิจและปรับกลยุทธ์การดำเนินงานได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่เพียงเพื่อให้อยู่รอด แต่เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน และความยั่งยืนในระยะยาวด้วย

HMPRO

(ที่มา : รายงานประจำปี – HMPRO 2559)

ค่ายบัวหลวง เชื่อว่า HMPRO อาจมีกำไรในไตรมาส 3 ประมาณ 1,184 ล้านบาท เติบโต 24.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 948 ล้านบาท ในฝั่งของยอดขายอาจทำได้ระดับ 1,5,151 ล้านบาท ขยายตัว 9.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มียอดขาย 13,816 ล้านบาท โดยยอดขายสาขาเดิมเติบโตได้มากกว่าคาดเล็กน้อย

ในระยะสั้นถึงระยะกลาง ปัจจัยหนุนกำไรมาจาก 1. อัตรากำไรขั้นต้นเติบโตจากการเปลี่ยนแปลงส่วนผสมการขายทั้งจากสินค้าแบรนด์และสินค้าเฮาส์แบรนด์ และ 2. อัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายลดลงจากการเพิ่มประสิทธิภาพ

ส่วนการเติบโตในระยะยาวจะมาจาก “โฮมเซอร์วิส” และการ “ขยายสาขาต่างประเทศ” นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน HMPRO เปิดสาขาในประเทศมาเลเซียไปแล้ว 3 แห่ง คือ มะละกา ,อีโปะฮ์ และปีนัง การเปิดสาขาเพิ่มเติมจะทำให้เกิดการประหยัดของขนาด ซึ่งจะหนุนให้การดำเนินงานในประเทศมาเลเซียถึง “จุดคุ้มทุน” ในช่วงกลางปี 2561 ล่าสุดผู้บริหารวางแผนระยะยาวจะเปิด 40 สาขาในประเทศมาเลเซีย และก้าวถัดไปจะเปิดในประเทศกัมพูชาและเวียดนาม

BJC ฟื้นตัวแรงสุด

ในช่วงไตรมาส 3 ปี 2560 จะเป็นไตรมาสแรก นับตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2557 ที่ยอดขายสาขาเดิมของ BigC จะกลับมาเติบโตเฉลี่ย 8% พลิกจากติดลบ 15.2% ในไตรมาส 2 ปี 2560 เนื่องจากฐานต่ำ การกลับมาขายส่งบางส่วนที่มีกำไรดี และยอดขายสินค้าอาหารแห้งและผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ในบ้านทะยานขึ้น

BJC

 (  ที่มา : รายงานประจำปี – BJC  2559)

โดยยอดขายสาขาเดิม ในเดือนก.ค. ที่ผ่านมาเติบโต 2.7% และเร่งขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 10% ในเดือนส.ค. สำหรับในแง่ของ “กำไรหลัก” ในช่วงไตรมาส 3 ปี 2560 อาจเติบโตประมาณ 68% เนื่องจากสัดส่วนถือครองหุ้น BigC มากขึ้น

“ไตรมาส 4 ปี 2560 BJC น่าจะมีเรื่องตื่นเต้นอีก เพราะยอดขายสาขาเดิมของ BigC มีแนวโน้มที่จะขยายตัวได้กว่า 7% หนุนโดยฐานที่ต่ำมากในช่วงไว้อาลัยในไตรมาส 4 ปี 2559”

COL อาจรายงานกำไรเติบโตมากสุด

COL

(ที่มา : รายงานประจำปี – COL 2559)

COL อาจเป็นบริษัทที่มีกำไรในช่วงไตรมาส 3 ปี 2560 เติบโตมากที่สุดในกลุ่ม โดยอาจมีกำไรประมาณ 266 ล้านบาท ขยายตัวประมาณ 196% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 90 ล้านบาท เนื่องจากไม่ต้องรับผลขาดทุนจากธุรกิจออนไลน์ หลังจากที่ขายได้ในช่วงต้นเดือนส.ค.และได้กำไรจากการขายกิจการดังกล่าวประมาณ 150 ล้านบาท

ติดตามอ่านบทความหุ้นกลุ่มค้าปลีกได้ใน Bualuang Research  วิธีการเข้าอ่านบทวิเคราะห์ คลิกที่นี่

บทความนี้เป็นประโยชน์กับท่านหรือไม่

แสดงความคิดเห็น