จะดูวัฏจักรเศรษฐกิจ และตลาดหุ้นยังไง?

“อนิจจา วต สังขารา … สังขารทั้งหลายไม่เที่ยงหนอ”

“อุปปาทวยธัมมิโน … มีอันเกิดขึ้นและเสื่อมไปเป็นธรรมดา”

ที่เห็นผมเปิดบทความด้วยบทสวดคำสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น ไม่ใช่ว่าเปลี่ยนแนวมาเขียนเรื่องธรรมะธรรมโมนะครับ แต่ผมกำลังจะพูดถึงวัฏจักรเศรษฐกิจและตลาดหุ้น ที่มีเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป เฉกเช่นเดียวกับทุกชีวิตบนโลกนี้ คือมีขึ้น มีลง เป็นเรื่องธรรมดา ซึ่งเรื่องนี้ถ้าเป็นทางพุทธศาสนา เป้าหมายสูงสุดก็คือการหยุดวังวนนั้นลง แต่ถ้าเป็นเรื่องการลงทุน เป้าหมายสำคัญก็คือ “เราจะลงทุนในแต่ละวัฏจักรเศรษฐกิจได้อย่างไร?”

รู้จักวัฏจักรเศรษฐกิจ และธรรมชาติของตลาดหุ้น

การขึ้นลงของเศรษฐกิจนั้นจะถูกแบ่งเป็น 4 ระยะด้วยกัน คือ ระยะถดถอย (Full Recession) / เริ่มฟื้นตัว (Early Recovery) / ฟื้นตัวแล้ว (Full Recovery) และ ระยะเริ่มถดถอย (Early Recession) โดยทั้ง 4 ระยะจะจำแนกโดยใช้เครื่องชี้วัดทางเศรษฐกิจต่าง ๆ เช่น GDP อัตราดอกเบี้ย เงินเฟ้อ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ซึ่งการจะจำแนกโดยดูข้อมูลพวกนี้ อาจเป็นเรื่องยากของนักลงทุนที่ไม่ได้ไปคลุกคลีข้อมูลดังกล่าว … แต่ไม่เป็นไรครับ เพราะผมจะบอกว่า “เราสามารถจับวัฏจักรการลงทุนได้ โดยดูพฤติกรรมการลงทุนในตลาดหุ้น…”

เป็นธรรมชาติของตลาดหุ้น ที่จะซื้อขายกันบนความคาดหวังถึงสิ่งที่เราอาจจะเห็นในอนาคต เช่น ถ้าคนส่วนใหญ่คิดว่าในอีก 1 ปีข้างหน้าเศรษฐกิจจะดี คนก็จะซื้อหุ้นกันวันนี้ และทำให้ราคาหุ้นขึ้น หรือถ้าคนคิดว่าเศรษฐกิจปีหน้าไม่ดี ปีนี้หุ้นก็จะลง  โดยสามารถแบ่งวัฏจักรของตลาดหุ้นได้เป็นอีก 4 ระยะ คือ จุดต่ำสุด (Market Bottom) / ตลาดขาขึ้น (Bull Market) / จุดสูงสุด (Market Top) และ ตลาดขาลง (Bear Market) ฉะนั้นเราจะใช้พฤติกรรมและวัฏจักรตลาดหุ้นเหล่านี้ มาดูควบคู่ไปกับทั้ง 4 ระยะของวัฏจักรเศรษฐกิจ เพื่อใช้ทำนายอนาคตกัน

image

(ที่มา : streettalklive.com)

ระยะถดถอย (Full Recession)

ระยะนี้เป็นช่วงเวลาที่ลงทุนยากมาก เพราะในตลาดจะเต็มไปด้วยข่าวร้าย เราจะเห็นข่าวเรื่อย ๆ ว่า GDP เริ่มชะลอตัว ไม่เพิ่มขึ้น หรือเพิ่มขึ้นในอัตราที่ลดลง ดอกเบี้ยเริ่มลดลง ความเชื่อมั่นผู้บริโภคต่ำ แต่อย่างที่ผมบอกครับ ว่าตลาดหุ้นมันลงทุนกันบนความคาดหวัง ฉะนั้นตลาดหุ้นช่วงนี้จะอยู่ในช่วง ตลาดขาขึ้น (Bull Market) เพราะทุกคนจะตระหนักดีแล้วว่าอยู่ในวิกฤต เป็นช่วงตกต่ำสุด ๆ และจะลงทุนเพราะคาดว่าเศรษฐกิจกำลังจะฟื้นตัว การลงทุนที่เหมาะสม และคนส่วนใหญ่จะเลือกลงทุนในช่วงนี้คือ

  • เทคโนโลยี : กลุ่มนี้เป็นที่ชื่นชอบของนักลงทุนในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจอยู่แล้ว เพราะถือเป็นกลุ่มที่เป็น Mega Trend ตลอดกาล ฉะนั้นเมื่อข่าวร้ายหมด กลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มแรก ๆ ที่ปรับตัวขึ้น
  • อุตสาหกรรม : เมื่อคาดหวังว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัว กลุ่มอุตสาหกรรมก็ตามมาเป็นเรื่องปกติ เพราะคนจะคาดว่าการจับจ่ายใช้สอยน่าจะดีขึ้น ส่งผลให้บรรดาผู้ผลิตได้ประโยชน์
  • วัตถุดิบพื้นฐานของการทำธุรกิจ : จากข้อบนพอคาดว่าการจับจ่ายใช้สอยจะเพิ่ม บรรดาผู้ผลิตก็จะเพิ่มกำลังการผลิต และนั่นย่อมส่งผลให้ความต้องการบรรดาวัตถุดิบพื้นฐานเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะ หิน เหล็ก ไฟ (นี่มันวงดนตรี!) พูดง่าย ๆ คือปัจจัยการผลิตต่าง ๆ ครับ

ระยะเริ่มฟื้นตัว (Early Recovery)

ช่วงนี้ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคและตัวเลขทางเศรษฐกิจต่าง ๆ จะดีขึ้นตามลำดับ อัตราดอกเบี้ยหยุดลง เริ่มนิ่ง ซึ่งจะสะท้อนว่าน่าจะเป็นจุดต่ำสุดแล้ว ตลาดหุ้นในช่วงนี้จะคึกคัก เพราะนักลงทุนจะมีความมั่นใจมาก และจะอยู่ในช่วง Market Top หรือช่วงจุดสูงสุดของตลาดหุ้นนั่นเองครับ โดยอุตสาหกรรมที่คนจะลงทุนกันในช่วงนี้คือ

  • อุตสาหกรรม : ต่อเนื่องจากช่วงแรก กลุ่มอุตสาหกรรมจะยังปรับตัวได้ดีอยู่ เพราะกำลังซื้อกำลังฟื้นตัว แต่ก็จะอยู่ในช่วงปลายทางแล้วครับ
  • พลังงาน : แนวโน้มของการใช้พลังงานที่น่าจะมากขึ้น ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ
  • ข้าวของเครื่องใช้ : อันนี้ก็ฟื้นตัวตามกำลังซื้อเช่นกันครับ

ระยะฟื้นตัวแล้ว (Full Recovery)

ระยะนี้ตัวเลขเศรษฐกิจจะอยู่ในจุดสูงสุด ความเชื่อมั่นผู้บริโภคเริ่มลด เราจะเริ่มได้ยินข่าวว่ากลุ่มอุตสาหกรรมเริ่มโตน้อยลง หรือไม่โตแล้ว ในขณะที่อัตราดอกเบี้ยเริ่มอยู่ในช่วงขาขึ้น (ฟังดูคุ้น ๆ ไหม???) โดนตลาดหุ้นจะเข้าสู่ช่วง Bear Market หรือเริ่มตลาดขาลง และการลงทุนที่ทำกำไรได้ในช่วงนี้คือ

  • พลังงาน : ใกล้จะเข้าช่วงปลายทางแล้ว
  • ข้าวของเครื่องใช้ : คนยังมีกำลังซื้ออยู่ แต่เริ่มไม่ค่อยเพิ่มขึ้นละ
  • การแพทย์  & สุขภาพ : พอตัวเลขเศรษฐกิจเริ่มพีค ข่าวดีเริ่มน้อยลง คนจะเริ่มมองหาอะไรที่มันชัวร์ ๆ ไว้ก่อน นั่นก็ไม่พ้นกลุ่มสุขภาพ หรือการแพทย์ ที่เป็น 1 ในปัจจัย 4 ที่สำคัญที่สุดครับ

ระยะเริ่มถดถอย (Early Recession)

ระยะนี้อะไรหลาย ๆ อย่างจะดูแย่ลง ตัวเลขเศรษฐกิจหลาย ๆ ตัวลดลง ความเชื่อมั่นตกต่ำ ตัวเลขการผลิตก็ลดลง อัตราดอกเบี้ยปรับตัวขึ้นต่อเนื่องจนจะถึงระดับสูงสุด ตลาดหุ้นช่วงนี้จะเรียกว่าช่วง Market Bottom มีโอกาสที่จะทำจุดต่ำสุด อุตสาหกรรมที่ปรับตัวได้ดีในช่วงนี้คือ

  • การแพทย์  & สุขภาพ : ด้วยเหตุผลเดิมเลย ว่านี่คือความจำเป็นพื้นฐานของการดำรงชีวิต
  • สาธารณูปโภค : กลุ่มนี้จะเริ่มเข้ามาในช่วงนี้ เนื่องจากรายได้มั่นคง ได้รับผลกระทบเชิงลบจากเศรษฐกิจน้อย และจ่ายปันผลสม่ำเสมอ
  • สถาบันการเงิน : กลุ่มสถาบันการเงิน & ธนาคาร จะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เนื่องจากเวลาเศรษฐกิจมีปัญหา การผลิต การบริโภคชะลอตัว หลาย ๆ ฝ่ายจะพยายามกระตุ้นให้เกิดการลงทุน การบริโภค ผ่านการลดดอกเบี้ย และจูงใจให้ขอสินเชื่อกันมากขึ้นครับ

วันนี้เราอยู่ตรงไหนของวัฏจักร..?

จากสิ่งที่ผมได้บอกไป คุณจะเดาได้ไม่ยากเลยว่าเรากำลังอยู่ในจุดไหนของวัฏจักร แต่สุดท้ายแล้วสิ่งหนึ่งที่ไม่มีใครสามารถบอกได้ นั่นคือในแต่ละช่วงของวัฏจักร มันจะใช้เวลานานแค่ไหน? สิ้นสุดเมื่อไหร่? บางครั้งบางช่วงอาจใช้เวลา 5 ปี 10 ปี ก็เป็นไปได้ ฉะนั้นสิ่งที่คุณควรให้ความสำคัญที่สุด ไม่ใช่การคาดการณ์ว่ามันจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ แต่ควรเป็น “คุณจะทำอย่างไรเมื่อถึงเวลานั้น?”

ปริพรรห์ ปริยอุดมทรัพย์ CFP®

บทความนี้เป็นประโยชน์กับท่านหรือไม่

3 ความคิดเห็นสำหรับบทความนี้

แสดงความคิดเห็น