ส่องความสามารถในการบริหารสินทรัพย์ด้วย ROA

ROA อัตราส่วนทางการเงินที่ใช้วิเคราะห์คัดเลือกหาหุ้นพื้นฐานอีกตัวหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กับอัตราส่วนทางการเงินอื่นๆ เช่น P/E P/BV Net Profit Growth และ D/E ที่เราได้พูดถึงในบทความก่อนหน้านี้…

อัตราส่วนทางการเงิน ROA ชื่อเรียกเต็มๆ ว่า Return on Assets ผลตอบแทนต่อสินทรัพย์รวม เกิดจากการคำนวณของ Return ผลตอบแทนหรือกำไรสุทธิ จับหารด้วย สินทรัพย์รวม (สินทรัพย์ = หนี้สิน + ทุน) ผลลัพธ์ที่แสดงค่าออกมานั้นอยู่ในรูปแบบ (%)

roa

ROA (Return on Assets) บอกอะไรเราได้บ้าง ?

  • คำนวณจากกำไรสุทธิ/สินทรัพย์รวม (สินทรัพย์ = หนี้สิน + ทุน)
  • แสดงถึงความสามารถในการทำกำไรของบริษัท และประสิทธิภาพในการบริหารสินทรัพย์ให้เกิดรายได้
  • ROA ค่ายิ่งสูง ยิ่งดี บ่งบอกว่าบริษัทบริหารสินทรัพย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ค่าที่เหมาะสมอยู่ระหว่าง 12% – 15%

วัดความสามารถและประสิทธิภาพของผู้บริหารด้วย ROA

ค่าของ ROA เป็นอีกอัตราส่วนทางการเงินที่แสดงถึง ความสามารถในการบริหารสินทรัพย์จากที่บริษัทนั้นได้ลงทุนในสินทรัพย์ไป ไม่ว่าจะเป็น ที่ดิน อาคาร ตึก เครื่องจักร ฯลฯ  ผู้บริหารมีประสิทธิภาพในการบริหารสินทรัพย์เหล่านั้นอย่างไร …ส่งผลให้เกิดเป็นรายได้และกลับคืนมาเป็นกำไรให้กับบริษัท การที่เราจะเลือกลงทุนในบริษัทดีๆ นั้น หนึ่งสิ่งที่ต้องพิจารณาด้วยคือ ROA นั้นเอง ที่จะบ่งบอกผู้ถือหุ้น ถึงความสามารถในการทำกำไรและความสามารถที่จะสร้างผลตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้น

เลือก ROA ค่าเท่าไรดี ?

แต่หากมองอีกแง่มุมหนึ่ง ถ้าเรารู้ค่า ROA ของหุ้นตัวนึง ซึ่งเราไม่รู้ว่าค่าที่เรารู้มานั้นมากหรือน้อย เนื่องจากค่า ROA นั้น ไม่มีค่าตายตัว หากเราอยากรู้ว่าหุ้นที่เราสนใจมีค่า ROA อยู่ในเกณฑ์ดีหรือไม่ดีนั้น ต้องนำค่ามาคำนวณเปรียบเทียบกับหุ้นที่มีลักษณะธุรกิจคล้ายๆ กัน อยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกัน!! ต้องเปรียบเทียบและเลือกสิ่งที่ได้เปรียบเหนือคู่แข่ง… แต่ถ้าเราลำบากที่จะเปรียบเทียบ ค่ามาตรฐานของ ROA จะอยู่ที่ราวๆ 12% – 15% และโตต่อเนื่องอย่างน้อยเป็นเวลา 3-5 ปี

เปรียบเทียบค่า ROA ในอุตสาหกรรมเดียวกัน

อาทิเช่น เราอยากรู้ว่าในกลุ่มอุตสาหกรรมโรงพยาบาลนั้น มีบริษัทไหนที่มีค่า ROA สูงๆ และได้เปรียบคู่แข่ง เราจึงเปรียบเทียบค่า ROA ย้อนหลัง 5 ปี ได้แก่ BCH, BDMS, CHG, BH และ VIBHA

roaa

หลังจากที่เราได้นำค่า ROA ของบริษัทที่อยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกันมาเปรียบเทียบแล้ว บริษัทที่น่าสนใจลงทุน คำตอบต้องแน่นอนอยู่แล้วว่า…ต้องเป็นบริษัทที่มีค่า ROA สูงกว่า เติบโตกว่า และได้เปรียบคู่แข่งมากกว่า และอีกจุดหนึ่งที่สำคัญต้องเติบโตต่อเนื่องสูงกว่าหลายปี…

สรุปแล้ว!! ส่องความสามารถในการบริหารสินทรัพย์ด้วย ROA 

หลักการคัดเลือกหุ้นน่าลงทุนด้วยค่า ROA ยิ่งสูงยิ่งดี หมายความว่า สินทรัพย์ที่บริษัทลงทุนไปนั้น ได้ให้ผลตอบแทนเป็นกำไรได้มากกว่า!!

บทความนี้เป็นประโยชน์กับท่านหรือไม่

2 ความคิดเห็นสำหรับบทความนี้

แสดงความคิดเห็น