PTT ขึ้นอันดับมูลค่าขายชอร์ตสูงสุด ด้านอันดับ % ขายชอร์ตสูงสุดเป็น THAI

SBL Daily Market Update - cover - 28 Sep 17

PTT ขึ้นอันดับมูลค่าขายชอร์ตสูงสุดที่ระดับการชอร์ต 110 ล้านบาท ด้านอันดับ % ขายชอร์ตสูงสุดเป็น THAI ที่ระดับการชอร์ต 8%

Market Updates

สรุปภาวะตลาด ณ วันพุธที่ 27 กันยายน 2560

  • ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯ ปรับตัวปิดที่ระดับ 1,670.27 จุด เพิ่มขึ้น +0.52 จุด หรือ +0.03% (1,669.75 จุด)
  • มูลค่าซื้อขายหลักทรัพย์รวม 54,854.99 ลบ. ลดลงเทียบวันก่อนหน้า -5,353.36 ลบ. หรือ -8.89% (60,208.35 ลบ.)
  • มูลค่าขายชอร์ตรวม 612.96 ลบ. น้อยกว่าเมื่อเทียบวันก่อนหน้า -73.93 ลบ. หรือ -10.76% (89 ลบ.)
  • มูลค่าขายชอร์ตเทียบกับการซื้อขายบนกระดานหลัก(%Short Sale / SET Turnover) อยู่ที่ 1.12%
  • จำนวนหลักทรัพย์ที่ขายชอร์ตภายในวัน รวม 63 หลักทรัพย์ น้อยกว่าวันก่อนหน้าที่ 64 หลักทรัพย์

SBL Updates

ปัจจัยที่มีผลกับ SBL

  • กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ – เราเชื่อว่าราคาหุ้นกลุ่มอิเล็คทรอนิกส์ที่ปรับตัวลดลงในช่วงที่ผ่านมาได้สะท้อนประเด็นค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลล่าร์สหรัฐตลอดทั้งปีไปมากแล้ว และดูเหมือนว่าจะทำจุดสูงสุดไปแล้วเช่นกัน อีกทั้งมีแนวโน้มจะปรับตัวลดลงในอนาคต ในขณะที่เทรนด์เทคโนโลยีใหม่ๆ จะเข้ามาช่วยหนุนอุปสงค์สินค้าอิเล็คทรอนิกส์ ทั้งสินค้าประเภทที่มีอยู่เดิมและสินค้าใหม่ ดังนั้นเรามองว่าถึงเวลาที่จะเข้าสะสมหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิคส์ สอดรับกับแนวโน้มค่าเงินบาทที่คาดผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว และเทรนด์เทคโนโลยีในอนาคตที่จะเป็นปัจจัยบวกต่ออุปสงค์สินค้ากลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ อย่างไรก็ตามในด้านปัจจัยฟื้นฐานผลการดำเนินงานของบางบริษัทในกลุ่มยังถูกกดดันจากปัญหาเฉพาะตัว เช่น ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงหรือมูลค่าหุ้นที่เทรดอยู่ในระดับที่แพง เราแนะนำ “Selective BUY” หุ้นที่ยังอยู่ในระดับราคาที่น่าสนใจและเราคาดว่าจะมีกำไรหลักเติบโตแข็งแกร่งในครึ่งหลังปี 2560 และปี 2561 ได้แก่ CCET (ยอดขาย HDD เริ่มนิ่ง และพลิกกลับมาเป็นบวก YoY ในไตรมาส 2/60 เป็นไตรมาสแรกในรอบกว่า 3 ปี, PER ถูกที่สุดในกลุ่ม, อัตราผลตอบแทนเงินปันผลสูงที่สุดในกลุ่ม และ กำไรเติบโตโดดเด่นที่สุดในกลุ่มในปี 2017) และ KCE (คาดแนวโน้มราคาทองแดงที่เป็นวัตถุดิบหลักปรับตัวลดลงตามการคาดการณ์ว่าจะมีอุปทานส่วนเกินในปี 2561) (ที่มา : bls รอบด้านตลาดหุ้น 28 ก.ย. 60)
  • ตลาดคาดการณ์ว่าเฟดอาจขยับขึ้นดอกเบี้ยตามภาวะเศรษฐกิจสหรัฐฯที่ขยายตัวส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น นอกจากนั้นมุมมองเชิงบวกต่อนโยบายของทรัมป์เกี่ยวกับมาตรการปฏิรูปภาษี รวมถึงผลกำไรบริษัทที่แข็งแกร่งจะชี้ถึงอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจที่รวดเร็วขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยถูกปรับเร็วขึ้นเพื่อชดเชยอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้น ปัจจุบันเราค่อนข้างระมัดระวังต่อการเคลื่อนไหวของดัชนีภายหลังจากการปรับตัวลงทดสอบแนวรับ 1665 จุด กราฟต่างๆชี้ว่าโมเมนตัมของตลาดหุ้นไทยชะลอตัวลง เนื่องจากกระแสเงินลงทุนเริ่มไหลออกจากประเด็นความกังวลต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (ที่มา : bls รอบด้านตลาดหุ้น 28 ก.ย. 60)

28 Sep 17 - 1

28 Sep 17 - 2

______________________________________________________

เขียนโดย ฝ่ายธุรกิจยืมและให้ยืมหลักทรัพย์ (SBL)

Foot banner

บทความนี้เป็นประโยชน์กับท่านหรือไม่

แสดงความคิดเห็น