หาหุ้นน่าซื้อในวันที่ PE สูง…ด้วย “PEG Ratio”

เรามักจะได้ยินว่า “P/E ของหุ้น ยิ่งต่ำก็ยิ่งดี” เพราะแสดงว่าหุ้นตัวนั้นราคาถูก… แต่ทำไมหุ้นที่ P/E สูงๆยังมีคนซื้ออยู่ล่ะ เพราะคนเหล่านั้นชอบของแพงอย่างนั้นหรือ ?

เราคงต้องย้อนดูที่มาของค่า P/E Ratio กันซักหน่อย

pe

การที่ค่า P/E จะต่ำนั้นเกิดขึ้นได้จาก

  1. Price ลดลง
  2. Earning เพิ่มขึ้น

ถ้า P/E ต่ำเพราะ Earning สูงขึ้น ในขณะที่ราคาหุ้นยังไม่ค่อยเปลี่ยนแปลงอาจเพราะคนยังไม่ค่อยให้ความสนใจมากนัก แบบนี้ถือว่าคุณกำลังจะได้ของดี มีโอกาสทำกำไรได้ในอนาคต.. แต่ในทางตรงกันข้ามถ้าหากบริษัทไม่มีการเติบโตเลย Earning คงที่หรือต่ำลง ราคาหุ้นก็ต่ำลงเรื่อยๆเนื่องจากพื้นฐานบริษัทไม่ดี แบบนี้ถึงจะ P/E ต่ำก็ไม่ได้แปลว่าเป็นหุ้นดีที่น่าลงทุน

“PEG Ratio” จะทำให้คุณไม่พลาดของดีที่มีอนาคต !!

อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่าการพิจารณา P/E Ratio ควรพิจารณาให้รอบด้าน หุ้นที่มี P/E สูงไม่ได้หมายความว่าเป็นหุ้นแพงเสมอไป และผู้ที่ซื้อหุ้น P/E สูง ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาชอบของแพง แต่เขาอาจจะเล็งเห็นว่าบริษัทยังมีโอกาสเติบโตมากกว่านี้ โดยพิจารณาจากค่า PEG Ratio

peg

ค่า PEG Ratio จะนำ P/E มาหารด้วยการเติบโตของกำไรสุทธิ เพื่อเปรียบเทียบกันว่าราคาหุ้นกับการเติบโตของบริษัทโตทันกันหรือไม่ PEG ควรมีค่าระหว่าง 0 ถึง 0.9 หรือไม่ควรเกิน 1 เท่า เพราะหาก PEG เกิน 1 เท่า ก็คือหุ้นตัวนั้นมีค่าP/E Ratio สูงกว่า Growth ของบริษัท นั่นหมายความว่าหุ้นตัวนั้นราคาแพง

หลักในการพิจารณา PEG Ratio

peg2

จากตัวอย่างสมมติว่าบริษัท 1 บรษัท 2 และบริษัท 3 อยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกัน หากพิจารณาเฉพาะค่า P/E จะเห็นว่าบริษัท 3 ซึ่งมีค่า P/E ต่ำที่สุดน่าลงทุน แต่หากนำค่า PEG Ratio มาร่วมพิจารณาด้วยบริษัท 3 จะไม่น่าลงทุน เพราะค่า PEG เกิน 1 เท่า โดยบริษัทที่น่าลงทุนคือบริษัท 1 เพราะมีค่า PEG ต่ำกว่า 1 เท่าและต่ำกว่าบริษัท 2

สแกนหุ้นด้วยปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental) อย่างง่ายด้วย PEG Ratio จากโปรแกรม Stock Signals 2018 …เพิ่มขีดความสามารถของโปรแกรมยอดนิยม ด้วยความสามารถในการคัดกรองหุ้นตามที่ต้องการ ครอบคลุมทั้งปัจจัยพื้นฐานและกราฟทางเทคนิคแบบเรียลไทม์…

อ่านรายละเอียดและวิธีเข้าใช้งาน…คลิกที่นี่

บทความนี้เป็นประโยชน์กับท่านหรือไม่

แสดงความคิดเห็น