เทรด “หุ้นอสังหาฯ” สไตล์ไหนให้ “ชนะ”!!!

ปี 2562 ยังคงเป็นปีที่ยากลำบาก สำหรับ “ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์” เพราะในแง่ของอัตรากำไรยังคงมีความเสี่ยงที่จะอยู่ในช่วง “ขาลง” หลังผู้พัฒนาอสังหาฯหลายรายอาจใช้กลยุทธ์ราคาและการตลาดเชิงรุก เพื่อระบายสินค้าคงเหลือ และประคับประคองธุรกิจในช่วงที่สถานการณ์อยู่บนความไม่แน่นอน

โดยตลอดปี 2562 กลุ่มอสังหาฯ ยังต้องเผชิญหน้ากับหลากหลายปัจจัย เช่น มาตรการกำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (Loan-To-Value) ของธนาคารแห่งประเทศไทย, ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่จะเริ่มใช้ในปี 2563, ทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้น, การตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยอาจชะลอตัว, ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก, การเมืองภายในประเทศ เป็นต้น

หากเหล่าผู้พัฒนาอสังหาฯเดินกลยุทธ์การขายเช่นนั้น อาจทำให้ “อัตรากำไรหลักของกลุ่ม” ปรับตัวลงไปอยู่ในจุดที่ใกล้เคียงช่วงวิกฤตน้ำท่วมครั้งใหญ่ ในปี 2555 และหลังเกิดรัฐประหารในปี 2557 ที่ระดับ 14% และ 14.5% ตามลำดับ ซึ่งจะทำให้ประมาณการกำไรของ BLS ลดลง 9.3-12.4%

ความเสี่ยงรุมเร้า แต่อยากลงทุน ต้องเดินเกมแนวไหน ?    

กลยุทธ์ Selective stock น่าจะเหมาะกับการลงทุนกลุ่มอสังหาฯในเวลานี้” นักวิเคราะห์กลุ่มอสังหาฯ ประจำหลักทรัพย์บัวหลวง ยืนยันเช่นนั้น แม้วันนี้จะมี “มุมมองเชิงลบ” ต่อกลุ่มอสังหาฯ แต่เนื่องจากราคาหุ้นหลายตัวปรับลดลงมาสู่ระดับที่ “ถูกมาก” สะท้อนผ่านหุ้น 7 ตัวที่ยังซื้อขายต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี (BV) ไล่มาตั้งแต่ SIRI, ANAN, SC, LPN, AP, PSH และ GOLD

book value

สองแนวทางการลงทุน สำหรับการรีบาวด์ระยะสั้น

  1. เน้นลงทุนในบริษัทที่มี “งบดุลแข็งแกร่งโดดเด่นและราคาหุ้นที่ต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี” แม้จะอยู่ในท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจและความผันผวนของตลาด ตำแหน่งนี้เราขอยกให้หุ้น LPN และหุ้น SPALI เพราะสิ้นปี 2561 มีอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนต่ำสุดสองอันดับแรกของกลุ่มอสังหาฯที่ BLS ให้คำแนะนำที่ระดับ 0.4 เท่า และ 0.5 เท่า ตามลำดับ เมื่อเทียบกับ 0.7 เท่า สำหรับค่าเฉลี่ยกลุ่ม ในขณะที่มูลค่าหุ้น LPN ซื้อขายต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี  27% ณ สิ้นปี 2561 (PBV ต่ำสุดเป็นอันดับ 3 ของกลุ่ม) ส่วนหุ้น SPALI ซื้อขายในระดับที่สูงกว่ามูลค่าทางบัญชีของบริษัท
  1. “ลงทุนเพื่อรับเงินปันผลสูงในระยะสั้น” ในเดือนมี.ค.-พ.ค. 2562 จะเข้าสู่ช่วงฤดูกาลจ่ายเงินปันผล หลังปลายเดือนก.พ. บริษัทจดทะเบียนจะประกาศผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2561 ซึ่งหุ้นกลุ่มอสังหาฯ ส่วนใหญ่จะเสนอเงินปันผลสูง (การจ่ายเงินสดปันผล) ในช่วง 3.2%-7.0% เราคาดว่า SC และ AP จะเสนออัตราผลตอบแทนปันผลสูงสุดในกลุ่มที่ระดับ 7% (เงินปันผลต่อหุ้น 0.19 บาท) และ ระดับ 6.5% (เงินปันผลต่อหุ้น 0.40 บาทต่อหุ้น) ตามลำดับ

sector comparisons

สัปดาห์หน้า “เม่าจำไม By Bualuang Securities” จะมาเล่าเรื่องอะไรให้ฟังอีก รอติดตามกันนะคะ….

บทความนี้เป็นประโยชน์กับท่านหรือไม่

แสดงความคิดเห็น