2019 JMART “เทิร์นอะราวด์” ?

“ผมใช้เวลาสร้างแพลตฟอร์มขององค์กรแห่งนี้นานถึง 30 ปี ทุกอย่างไม่ได้เกิดขึ้นมาจากความฟลุค แต่มาจากความพยายามแทบทั้งสิ้น” ความในใจของ คุณตุ้ม อดิศักดิ์ สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ มาร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ JMART

เจ้าของตัวจริงกลุ่ม JMART ยืนยันภายในงาน JMART Roadshow@Bualuang ว่า ภายใน 3 ปีข้างหน้า ทุกคนจะเห็นว่าโมเดลที่ผมพยายามสร้างขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมาจะทำให้องค์กรแห่งนี้เติบโตได้อย่าง “แข็งแกร่ง” จริงๆ เพราะผมตกผลึกทางความคิดได้แล้วว่า ไม่มีทางที่จะมีกำไรเป็นพันล้าน จากการขายเพียงโทรศัพท์มือถือ

jmart2

สเต็ปเติบโตจะเริ่มต้นขึ้นในปี 2562 โดยเราจะเข้าสู่โหมด “เทิร์นอะราวด์” เมื่อหลายปีก่อนบริษัทเคยทำกำไรได้สูงสุด 0.70 บาทต่อหุ้น แต่ในปีนี้ทำได้มากกว่าแน่นอน ผมไม่ได้พูดเพราะต้องการความมันส์ แต่มีเหตุผลสนับสนุนทุกคำพูด!!

1. ธุรกิจจัดจำหน่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ อุปกรณ์เสริมและสินค้าเทคโนโลยี

ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของ บริษัท เจมาร์ท โมบาย จำกัด (JMART ถือหุ้น 99.99%) เมื่อปีก่อนได้สร้างความเจ็บปวดไว้ให้กับเรา ผมอาศัยประสบการณ์ที่มีมายาวนานในการคัดสต็อก จาก 2,000 เครื่อง เหลือ 1,200 เครื่อง เพื่อทำให้ตัวเบามากที่สุด ควบคู่ไปกับการเข้าไปเป็นเอ็กซ์คลูซีฟพาร์ทเนอร์กับค่าย AIS เมื่อเดือนต.ค.ที่ผ่านมา วันนี้เราสามารถเปิดซิมมือถือให้ค่าย AIS ได้มากถึง 14,000 ซิมต่อเดือน ขยับจากเดือนละ 5,000 ซิม

ขณะเดียวกันที่ผ่านมายังได้ปรับเปลี่ยนระบบการสั่งซื้อโทรศัพท์มือถือใหม่ เมื่อก่อนเวลาจะสั่งซื้อไอโฟนต้องสั่งกับบริษัท แอปเปิล แต่เดี๋ยวนี้เราสั่งตรงกับ AIS อยากขายเท่าไรก็สั่งเท่านั้นไม่ต้องสต๊อกของให้มีต้นทุน ทำให้วันนี้สาขาเดิมของเรากลับมามีกำไรแล้ว ตอนนี้ผมสบายใจมากกับธุรกิจนี้

“วางแผนว่าจะให้ไดเร็คเซลล์ของ บมจ.ซิงเกอร์ ประเทศไทย (singer) และบมจ.เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส (JMT) ที่มีอยู่ร่วมกันประมาณ 2,500 ราย มาช่วยต่อยอดธุรกิจมือถือ เพื่อมุ่งหน้าสู่เป้าหมายเปิดซิมมือถือของค่าย AIS ให้ได้ 2 หมื่นซิมต่อเดือน”

2. ธุรกิจติดตามหนี้ บริหารหนี้ด้อยคุณภาพ ธุรกิจประกันภัย และนายหน้าธุรกิจประกันภัย

ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของ บมจ.เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส หรือ JMT (JMART ถือหุ้นอยู่ 55.8%) ก่อนหน้านี้ประกาศไปแล้วว่า จะมีรายและกำไรเพิ่มขึ้นประมาณ 50% ผ่านมาวันนี้ยังคงยืนยันคำเดิม!!! หลายคนสงสัยจะเติบโตขนาดนั้นได้อย่างไร ตอนนี้บอกได้แค่ว่า กลางปีนี้จะเก็บหนี้ได้ 6,500 ล้านบาท เท่ากับว่าหลังจากนี้เราจะไม่มีต้นทุนแล้ว มีแต่กำไรล้วนๆ

3. ธุรกิจบริหารพื้นที่เช่าในส่วนของธุรกิจมือถือ ศูนย์การค้าแบบคอมมูนิตี้ มอลล์ พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย ธุรกิจร้านอาหาร และร้านกาแฟ

ซึ่งบริหารผ่าน บมจ.เจเอเอส แอสเซ็ท (JMART ถือหุ้นอยู่ 67.5%) ปีนี้จะกลับมาทำกำไรได้แน่นอน เพราะถึงเวลาเก็บเกี่ยวผลตอบแทนจากการลงทุนเมื่อ 2 ปีก่อน จากการสร้างคอนโดมิเนียม Low Rise สูง 8 ชั้น 178 ยูนิต แห่งแรกของ JAS ASSET ภายใต้ชื่อ Newera Ekamai-Ramintra (ซอยสุคนธสวัสดิ์ 38) ปัจจุบันมียอดจองแล้ว 60% ตั้งเป้าจะมียอดโอนประมาณ 50% ในปลายปี 2562

4. ธุรกิจขายเครื่องใช้ไฟฟ้าและบริการสินเชื่อแบบเช่าซื้อ

บริหารงานผ่านองค์กรอายุ 130 ปี บมจ.ซิงเกอร์ ประเทศไทย  หรือ SINGER  (JMART ถือหุ้นอยู่ 24.9%) ล่าสุดเพิ่งดำเนินการเพิ่มทุนแล้วเสร็จ โดยจะนำเงินไปขยายธุรกิจสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ ภายใต้ชื่อ “รถทำเงิน” ที่เปิดให้บริการเมื่อเดือนมิ.ย.2560 (ดำเนินการผ่านบริษัทย่อย “เอสจี แคปปิตอล”) ปัจจุบันซิงเกอร์มีรายได้จากดอกเบี้ยกว่า 60 ล้านบาท ประมาณ 35-36 ล้านบาท มาจากธุรกิจสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ ในปีนี้ตั้งเป้าจะมีรายได้จากดอกเบี้ยประมาณ 100 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้บริษัทแข็งแรงมากขึ้น

5. ธุรกิจให้บริการสินเชื่อลิสซิ่งและสินเชื่อรายย่อยแบบหมุนเวียน (Revolving Loan) แบบ Term Loan และธุรกิจแฟคตอริ่ง

ที่อยู่ภายใต้การดูแลของ บริษัท เจ ฟินเทค จำกัด (JMART ถือหุ้นอยู่ 95.6%) เมื่อ 2-3 ปีก่อน ตั้งสำรองไว้เยอะ ทำให้ประสบปัญหาขาดทุน แต่ปีนี้จะกลับมามีกำไรแล้ว เพราะเก็บหนี้ส่วนที่ตั้งสำรองไว้ได้เกือบหมดแล้ว ปีนี้ตั้งเป้าจะเก็บหนี้ให้ได้ประมาณ 80 ล้านบาท และจะได้มีรายได้เพิ่มขึ้น จากการหันไปจับธุรกิจแฟคตอริ่ง ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการเอสเอ็มอี

 6. ธุรกิจพัฒนาซอฟท์แวร์ และลงทุนในกิจการอื่น เน้นธุรกิจ Startup ที่มีศักยภาพ

ดำเนินการผ่าน บริษัท เจ เวนเจอร์ส จำกัด (JMART ถือหุ้นอยู่ 80%) เจ้าของแพลตฟอร์ม ภายใต้ชื่อ “ป๋า” ตัวกลางการปล่อยสินเชื่อแบบดิจิทัลในรูปแบบฟินเทค บริษัทแห่งนี้น่าสนใจ!!! เพราะเป็นองค์กรเดียวในเมืองไทยที่สามารถขายเหรียญดิจิทัลให้นักลงทุน (Initial Coin Offering หรือ ICO) ได้ ซึ่งเหรียญของเราใช้ได้จริง…

เมื่อวันที่ 10 เม.ย.ที่ผ่านมา หากใครได้ไปเซ็นทรัลลาดพร้าวจะรู้ว่า สามารถนำ “เจฟิน คอยน์” (JFin Coin) ซึ่งเป็นเหรียญดิจิทัลที่ เจ เวนเจอร์ส เสนอขายไปก่อนหน้านี้มาแลก iPhone X 265 GB และ Samsung Galaxy S10 Plus ได้จริง ก่อนหน้านี้ก็สามารถนำ เจฟิน คอยน์ ไปประมูลเคสมือถือ BNK48 ได้ในงาน Thailand Mobile Expo

jmart1

จับตาพลัง JFin Coin

คุณอดิศักดิ์ ยืนยันว่า จากนี้ไปจะเริ่มเห็น เจฟิน คอยน์ เข้ามามีส่วนร่วมกับการทำกิจกรรมต่างๆของกลุ่มมากขึ้น เช่น เมื่อซื้อสินค้าที่ร้าน JMART จะได้รับ เจฟิน คอยน์ หรือนำ เจฟิน คอยน์ มาประมูลโทรศัพท์มือถือรุ่นต่างๆ ต่อไปก็จะสามารถนำเหรียญมาประมูลรถยนต์ ประมูลบ้าน ถามว่าเราจะนำรถยนต์มาจากไหน เวลา JMT ไปซื้อหนี้มาจะมีหนี้รถยนต์ติดมาด้วย ส่วนบ้านเราจะไปซื้อหนี้ NPA มาจากแบงก์ เพื่อนำมาให้ลูกค้าประมูล

เมื่อไหร่ที่ระบบ Decentralized Digital Lending Platform (DDLP) หรือการปล่อยกู้รายย่อยแบบดิจิทัลแบบไม่มีตัวกลางเกิดขึ้นได้ในเดือนมิ.ย.นี้ เมื่อนั้นทุกคนจะเห็นฟังกชั่นในการทำงานของ เจฟิน คอยน์ และในอนาคตคงได้ใช้ประโยชน์จากเหรียญนี้มากขึ้น ปัจจุบันบริษัทยังมี เจฟิน คอยน์ ที่ยังไม่ได้ขายอีก 200 ล้านเหรียญ หลังเสนอขายในรูปแบบ ICO ไปแล้ว 100 ล้านเหรียญ เราจะรอให้ราคาสูงขึ้นกว่านี้แล้วค่อยเสนอขายต่อสาธารณชน

ถามว่ามีความกังวลหรือไม่ว่าเรื่องที่ทำจะผิดกฎหมาย ? ทุกเรื่องที่ทำ ผมปรึกษาธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสำนักงานก.ล.ต เป็นแห่งแรกแล้ว หากผิดพร้อมหยุด หากถูกจะดำเนินการต่อ ช่วงที่เราออก ICO ไม่มีกฎหมายรองรับ แต่หลังออก เจฟิน คอยน์ ได้ 4 เดือน ธปท.และสำนักงานก.ล.ต.ออกจดหมายมารองรับ 3 ฉบับ

วันนี้มี Exchange ที่สำนักงานก.ล.ต.รองรับแล้ว 3 ราย คือ บริษัท บิทคอยน์ จำกัด ตัวย่อ BX บริษัท บิทคับ ออนไลน์ ตัวย่อ BITKUB และบริษัท สตางค์ คอร์ปอเรชั่น ตัวย่อ Satang Pro ซึ่งเราเทรดใน Satang Pro ภายในเดือนเม.ย.นี้ เราจะเทรดใน BITKUB ฉะนั้นทุกเรื่องที่เราทำถูกต้องทั้งหมด!!

“ก่อนหน้านี้ไม่มีโอกาสได้มานั่งคุยเรื่องแผนธุรกิจ ผมไม่พร้อมและไม่รู้จะเล่าอะไร เพราะก่อนหน้านี้หลายเรื่องยังจับต้องไม่ได้ แม้แต่เค้าโครง ฉะนั้นเลยใช้เวลาส่วนใหญ่ เพื่อหมกมุ่นกับการสร้างโมเดลธุรกิจ ผ่านการลงทุนจำนวนมาก จนหลายคนตั้งคำถามว่า จะไหวหรอ ? ผมก็ไม่ได้ตอบอะไรใคร เพราะมีหน้าที่อย่างเดียว คือ ทำสิ่งที่เชื่อมั่นเกิดขึ้นให้ได้” คุณอดิศักดิ์ ยืนยันหนักแน่น

สัปดาห์หน้า เม่าจำไม By Bualuang Securities” จะมาเล่าเรื่องอะไรให้ฟังอีก รอติดตามนะคะ….

jmart3

หลักทรัพย์บัวหลวง  มองแนวต้านแรกของ “หุ้น JMART” ที่ 9 บาท แนวต้านถัดไป 12 บาท

JmT

หลักทรัพย์บัวหลวง มองแนวต้านแรกของ “หุ้น JMT” ที่ 15 บาท แนวต้านถัดไป 16.5 บาท

ที่มา : บทวิเคราะห์หลักทรัพย์บัวหลวง

ลูกค้าหลักทรัพย์บัวหลวง : รับชมวีดีโอ JMART Roadshow@Bualuang ย้อนหลัง

ได้ผ่านทาง “Bualuang iChannel” > เลือกเมนูหลัก “Video”> เลือก Category “Roadshow”
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม…คลิกที่นี่

บุคคลทั่วไป  : เปิดบัญชีหุ้นกับหลักทรัพย์บัวหลวงสามารถติดตามบทวิเคราะห์และรับชม Roadshow หุ้นรายตัว…ง่าย สะดวก รวดเร็ว!!

บทความนี้เป็นประโยชน์กับท่านหรือไม่

แสดงความคิดเห็น