ลงทุนหุ้นต่างประเทศกับ “BLS Global Investing”

ตลาดหุ้นไทยผันผวนออกไปลงทุนหุ้นต่างประเทศกับ “BLS Global Investing กันดีกว่า!! บริการลงทุนในหุ้นต่างประเทศตัวใหม่ล่าสุดของหลักทรัพย์บัวหลวงที่จะทำให้การลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ตลาดหุ้นฮ่องกง และตลาดหุ้นเวียดนาม ซึ่งครอบคลุมหุ้น และ ETFs กว่า 9,000 ตัวทั่วโลก เป็นเรื่องง่ายเพียงปลายนิ้ว ผ่านระบบเดียวกับหุ้นไทย ด้วยStreaming บนมือถือ หรือ Web-based ของหลักทรัพย์บัวหลวง…

ทำไมต้องลงทุนหุ้นต่างประเทศ ?

คุณรัฐศรัณย์ ธนไพศาลกิจ  ผู้อำนวยการหัวหน้าฝ่าย Offshore Trading & TFEX Product บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) แชร์ข้อมูลการลงทุนที่น่าสนใจให้ฟังว่า ผลตอบแทนจากการลงทุนในตลาดหุ้นไทย นับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันปรับตัวเพิ่มขึ้นเฉลี่ยเพียง 3% ขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ตลาดหุ้นเวียดนาม และตลาดหุ้นฮ่องกง ทำผลตอบแทนจากการลงทุนได้เฉลี่ย 15% 9.5% และ 9.4% ตามลำดับ

thumbnail_P1200940

คุณรัฐศรัณย์ ธนไพศาลกิจ
ผู้อำนวยการหัวหน้าฝ่าย Offshore Trading & TFEX Product

สะท้อนว่า ความน่าสนใจของตลาดหุ้นไทยเริ่มลดลง ยิ่งไปดูกำไรบริษัทจดทะเบียนในปีที่ผ่านมา แทบไม่เติบโตเลย ขณะที่เศรษฐกิจไทยก็ชะลอตัว ฉะนั้นหากนักลงทุนไทยยังคงจำกัดการลงทุนอยู่เพียงแต่ภายในประเทศอาจสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาวได้ยาก ดังนั้นการกระจายความเสี่ยง ด้วยการหันไปลงทุนในหุ้นต่างประเทศ ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกการลงทุนที่ดีในเวลานี้!!

ปัจจุบันการลงทุนในหุ้นต่างประเทศ ทำได้สะดวกสบายมากขึ้นกว่าในอดีต เพราะเมื่อ 2-3 ปีก่อน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ผ่อนคลายกฎเกณฑ์การนำเงินออกนอกประเทศ ถือเป็นโอกาสที่ดีที่นักลงทุนรายย่อยจะได้ลงทุนในหุ้นต่างประเทศ โดยไม่ต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมากๆ อย่างการลงทุนผ่านบริการ BLS Global Investing เรากำหนดการฝากเงินครั้งแรกและโอนไปต่างประเทศขั้นต่ำเพียง 500,000 บาทเท่านั้น ส่วนฝากครั้งต่อไปไม่จำกัดขั้นต่ำ และไม่จำเป็นต้องคงเงินไว้จำนวนเดิมด้วย

888

“การลงทุนหุ้นต่างประเทศไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป ด้วยนวัตกรรมการลงทุนของบัวหลวงจะทำให้การลงทุนหุ้นต่างประเทศง่ายขึ้น เพียงล็อคอินครั้งเดียวก็ลงทุนได้ทั้งตลาดไทยและตลาดต่างประเทศ ที่สำคัญนักลงทุนยังทำการโอนถอนได้ด้วยตัวเองผ่านแอปพลิเคชั่นเดียวกับที่ใช้ลงทุนหุ้นไทย และระบบยังช่วยคำนวณเงินสกุลบาทเป็นสกุลเงินต่างประเทศที่จะลงทุนด้วย สะดวกมาก”

แบ่งเงินลงทุนหุ้นต่างประเทศเท่าไรดี ?

  • สัดส่วน 20% สำหรับคนรับ “ความเสี่ยงได้น้อย”
  • สัดส่วน 40% สำหรับคนรับ “ความเสี่ยงได้ปานกลาง”
  • สัดส่วน 60% สำหรับคนรับ “ความเสี่ยงได้สูง”
  • สัดส่วน 80% สำหรับคนรับ “ความเสี่ยงได้สูงมาก”

“การลงทุนในหุ้นต่างประเทศมีความเสี่ยงในเรื่องของค่าเงินนอกจากราคาหุ้น ฉะนั้นแนะนำว่า การลงทุนหุ้นต่างประเทศจะมีโอกาสกำไรจากค่าเงินต้องลงทุนตอนที่ค่าเงินบาทกำลังแข็งค่า ซึ่งเวลานี้น่าจะเป็นจังหวะที่ดี ตอนนี้ค่าบาทอยู่เฉลี่ย 31.7 บาทต่อดอลลาร์ บัวหลวงมองแนวโน้มจะไปยืนแถวๆ 32.7- 32.8 บาทต่อดอลาร์”

จุดเด่นตลาดหุ้นสหรัฐฯ อยู่ตรงไหน ?

  1. มีหุ้น Super Stock ระดับโลกหลายตัว เช่น Starbucks ,Apple และ Google เป็นต้น หุ้นลักษณะนี้หาไม่ได้ในตลาดหุ้นไทย
  2. หุ้นบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่หลายแห่งซื้อขายอยู่ในตลาดหุ้นสหรัฐฯ
  3. ETFs มีขนาดใหญ่มาก นักลงทุนสามารถลงทุนได้ทั่วโลก เพราะมี ETFs ที่อ้างอิงกับดัชนีหรือหุ้นต่างๆหลากหลายประเทศ เช่น แคนาดา จีน อินเดีย ญี่ปุ่น อินโดนิเซีย ออสเตรเลีย หรือแม้แต่บริษัทที่ผลิตพืชยอดฮิตในช่วงนี้อย่างกัญชา ก็สามารถซื้อขายได้ผ่านตลาดหุ้นสหรัฐฯ เชื่อหรือไม่!! ETFs ทองคำตัวเดียวมีมูลค่าซื้อขายต่อวันมากกว่าตลาดหุ้นไทย
  4. คนเก่งหลากหลายเชื้อชาติอาศัยอยู่ในสหรัฐฯ โดยเฉพาะคนเชื้อสายยิว เช่น “สตีฟ จอบส์” ผู้ร่วมก่อตั้ง Apple “มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก” ผู้ก่อตั้ง เฟซบุ๊ก และ “อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์” ศาสตราจารย์ทางฟิสิกส์และนักฟิสิกส์ทฤษฎี

ความน่าสนใจของตลาดหุ้นเวียดนาม

  1. ได้ประโยชน์มากที่สุดจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีน หลังบริษัทชื่อดังหลายแห่งหาทางย้ายฐานการผลิต
  2. ตลาดมีขนาดใหญ่ ประชากรเฉลี่ย 100 ล้านคน ส่วนใหญ่เป็นวัยหนุ่มสาว
  3. การเมืองมีเสถียรภาพ
  4. เศรษฐกิจขยายตัวเฉลี่ยปีละ 7%
  5. ในอนาคตอาจขยับขึ้นจากกลุ่ม “ตลาดหุ้นชายขอบ” (Frontier Market) ไปอยู่ในกลุ่ม “ตลาดเกิดใหม่” (Emerging Market) ฉะนั้นอาจมีเม็ดเงินลงทุนต่างชาติไหลเข้ามาลงทุนจำนวนมาก

“วันนี้ประเทศเวียดนามมีหน้าตาเหมือนเมืองไทยเมื่อปี 1990 นั่นแปลว่า ประเทศกำลังอยู่ในช่วงของการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ฉะนั้นธุรกิจหลากหลายประเภทย่อมได้รับประโยชน์จากภาวะเศรษฐกิจรวดเร็ว ดังนั้นหากจะลงทุนในตลาดหุ้นเวียดนามในวันนี้คงต้องใช้ธีมเดียวกับที่เคยลงทุนในหุ้นไทยอย่างหุ้นปูนหุ้นสนามบินเมื่อหลายสิบปีก่อน”

สตอรี่ตลาดหุ้นฮ่องกง…

1.ศูนย์กลางทางการเงินอันดับต้นๆของโลก

2.ตลาดหุ้นฮ่องกงมีมูลค่าตลาดมากกว่า 120 ล้านล้านบาท ใหญ่กว่าไทยเกือบ 8 เท่า

  1. มี ETFs ที่อ้างอิงกับดัชนีหรือหุ้นต่างๆหลากหลายประเทศ
  2. มีธีมการลงทุนฮอตฮิต “The Greater Bay Area” หลังรัฐบาลจีนพยายามส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือในเมืองที่ใกล้เคียงกับฮ่องกง โดยลดข้อจำกัดการค้า ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี และให้วีซ่าในการทำงานง่ายขึ้น เป็นต้น

“ที่ผ่านมานักธุรกิจไทยเริ่มขยายการลงทุนออกไปนอกประเทศมากขึ้น เห็นได้ชัดจากกิจการของกลุ่มคุณเจริญ สิริวัฒนภักดี กลุ่มเซ็นทรัล หรือกลุ่มบริษัท Land & Houses ฉะนั้นนักลงทุนก็ควรแบ่งเงินส่วนหนึ่งมาลงทุนในหุ้นต่างประเทศบ้าง เพื่อเพิ่มโอกาสในการลงทุน”

เปิดบัญชีลงทุนต่างประเทศ BLS Global Investing  ได้ง่ายๆ

สำหรับลูกค้าที่มีบัญชีหุ้นกับหลักทรัพย์บัวหลวง

  • ดาวน์โหลดชุดเปิดบัญชีลงทุนต่างประเทศ คลิกที่นี่
  • สำเนาบัตรประชาชน 1 ชุด

** เมื่อกรอกรายละเอียดแล้ว…กรุณาส่งเอกสารถึงผู้แนะนำการลงทุนของท่าน

หรือ ฝ่ายบัวหลวงอินเวสเมนท์สเตชั่น (1-7 อาคารซิลลิคเฮ้าส์ Unit 1A ชั้น 4 ถนนสีลม แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพฯ 10500)

สำหรับบุคคลทั่วไป ต้องดำเนินการเปิดบัญชีหุ้น พร้อมเปิดบัญชีลงทุนต่างประเทศ

สอบถามข้อมูลได้ที่ BLS Customer Service หรือ 02-618-1111

หรือ อ่านบทความเกี่ยวกับ BLS Global Investing …คลิกที่นี่

สัปดาห์หน้า “เม่าจำไม By Bualuang Securities จะมาเล่าเรื่องอะไรให้ฟังอีก รอติดตามนะคะ :)

บทความนี้เป็นประโยชน์กับท่านหรือไม่

แสดงความคิดเห็น