Gen ไหน คะแนนทักษะการเงินต่ำสุด…

“เด็กรุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับการวางแผนการเงินน้อยมาก เมื่อเทียบกับความสำคัญของมัน”

thumbnail_10313630361166

ผศ.ดร.วศิน ศิวสฤษดิ์ ผู้อำนวยการโครงการปริญญาตรี ภาค​ภาษาไทย​ คณะ​เศรษฐ​ศาสตร์​ มหาวิทยาลัย​ธรรมศาสตร์​

เกริ่นนำก่อนขยายความว่า…

หากอ้างอิงผลสำรวจธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จากรายงานเรื่องผลการสำรวจทักษะทางการเงินในปี 2559 (ฉบับล่าสุด) ระบุว่า กลุ่มที่มีคะแนนทักษะการเงินต่ำ คือ “กลุ่ม Generation Z (ผู้ที่เกิดปี 2544 อายุ 18 ปี หรือต่ำกว่า) ปัญหาสำคัญ คือ “ความรู้การเงินพื้นฐานยังไม่ดีพอ”

คนกลุ่มนี้มักไม่ค่อยเห็นความสำคัญของการตั้งเป้าหมายทางการเงินระยะยาว แต่มีความชอบที่จะหาเงินมาแล้วใช้จ่ายเลย โดยไม่เห็นความสำคัญของการเก็บออม และไม่ได้เก็บออมในวิธีที่เหมาะสม ขณะเดียวกันยังขาดทักษะเรื่องการเปรียบเทียบข้อมูลก่อนซื้อ และขาดการยับยั้งชั่งใจในการซื้อสินค้า

อีกกลุ่มที่มีปัญหาการวางแผนทางการเงินไม่แพ้กัน คือ “กลุ่มคนรุ่นใหม่ Generation Y (ผู้ที่เกิดปี 2524-2543 อายุ ระหว่าง 19-38 ปี) จากสถิติของ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (เครดิตบูโร) ระบุว่า คนกลุ่มนี้เป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะเป็นหนี้มากสุด เพราะไม่มีเป้าหมายทางการเงินในระยะยาว และขาดการบริหารจัดการเงินที่ดี เช่น จัดสรรเงินก่อนใช้ ,ออมเงินในวิธีที่เหมาะสม ,ไม่กู้เงินเมื่อเงินไม่พอใช้ ,ยังขาดการไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วนก่อนซื้อสินค้าและใช้จ่ายเกินตัว เป็นต้น

อุปสรรคการลงทุนของคนรุ่นใหม่คืออะไร ?

อาจารย์ ตอบคำถามนี้ว่า การขาดความรู้ทางด้านการเงิน  และกิจกรรมที่เน้นการส่งเสริมความรู้ รวมถึงการปลูกฝังวินัยทางการเงิน ตลอดจนการแนะนำทักษะการลงทุนและออมเงินในสินทรัพย์ทางการเงินที่หลากหลายในระบบการเงินยังไม่ค่อยมี ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้เป็นส่วนสำคัญที่จะสร้างกลไกเชิงป้องกัน (Preventive) ให้กับกลุ่มคนรุ่นใหม่ทั้ง Gen Y และ Gen Z

thumbnail_IMG_8300

จากผลการสำรวจของธนาคารแห่งประเทศไทยในปี 2558 เทียบกับกลุ่มประเทศ OECD พบว่า “ความรู้ทางด้านการเงินเป็นองค์ประกอบสำคัญเดียวที่คนไทยด้อยกว่ากลุ่มประเทศ OECD ค่อนข้างสูง” พอเราขาดเรื่องนี้ ก็ส่งผลต่อเนื่อง ทำให้คนไทยโดยเฉพาะกลุ่มเด็กรุ่นใหม่ ไม่ค่อยให้ความสำคัญเรื่องการลงทุนและวางแผนการเงิน

ทำไมคนรุ่นใหม่อยากเล่นหุ้นเป็นอาชีพมากกว่าทำงานประจำ

มันเป็นความฝันของหลายๆคนนะ ไม่เฉพาะเด็กรุ่นใหม่ที่อยากจะมีรายได้แบบ Passive Income ผมเองก็อยากมี ถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ ก็ต้องตอบว่า เป็นไปได้ แต่คงต้องย้ำแบบตัวหนาๆว่า ทุกคนที่มีฝันจะต้องมีเป้าหมายการวางแผนทางการเงินที่ชัดเจนด้วย

สมมุติง่ายๆ ถ้าเราอยากมีเงินไหลเข้ามาทุกเดือน โดยไม่ต้องทำงาน เดือนละ 80,000 บาท หนึ่งปี ก็ 960,000 บาท ถ้าลงทุนในกลุ่มสินทรัพย์ทางการเงินที่ให้อัตราผลตอบแทนคาดหมายที่ 8% เราต้องมีเงินลงทุนทั้งสิ้น เพื่อบรรลุเป้าหมาย เท่ากับ 12,000,000 บาท

คราวนี้ก็ต้องมาตั้งเป้าหมายต่อแล้วว่า เรามีศักยภาพขนาดไหน ต้องแบ่ง Active Income แต่ละเดือนมาลงทุนเท่าไร ใช้ระยะเวลานานกี่ปี เราถึงจะเป็นอิสรภาพทางการเงิน พอรู้แล้วท้ายที่สุด คือ ต้องเปลี่ยนจากฝันให้เป็นการลงมือปฏิบัติจริง

thumbnail_IMG_8326

“ยิ่งวางแผนเร็ว มีการลงทุนเร็ว ความฝันก็จะขยับมาใกล้ความเป็นจริงเร็วขึ้นเท่านั้น”

อาจารย์วศิน แนะนำว่า “กระบวนการวางแผนทางการเงิน เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องเริ่มทำ หากทุกคนต้องการจะมีอิสรภาพทางการเงิน ต้องการจะมีสภาพคล่องในการใช้จ่ายเพื่ออนาคต ต้องเริ่มต้นวางแผนทางการเงิน “ยิ่งเริ่มได้เร็วเท่าไร ยิ่งดี” โดยเฉพาะบัณฑิตจบใหม่ หรือเด็กรุ่นใหม่ ค่อย ๆ เริ่มไปเรื่อย ๆ อย่ารอให้ทำงานไปจนถึงอายุ 50ปี แล้วค่อยมาคิดวางแผนทางการเงิน”

 อยากบอกอะไรเด็กรุ่นใหม่เกี่ยวกับการลงทุนบ้าง!!

“มีคนเคยพูดไว้ว่า ถ้าเราไม่เริ่มลงทุน รายได้จะได้มาจากการทำงานอย่างเดียว เราต้องทำงานเพื่อให้ได้เงินมาใช้จ่าย ไม่ทำงานก็ไม่มีรายได้ ซึ่งจะมีประโยคภาษาอังกฤษที่ว่า “You have to love what you do” กล่าวคือ เราต้องทำให้รู้สึกรักงาน (แม้จะไม่อยากทำ) เพื่อให้ได้เงินมาใช้จ่าย เพราะฉะนั้นไม่มีทางที่เราจะเป็นอิสระทางการเงิน”

แต่ถ้าเราเริ่มลงทุนในสินทรัพย์ทางการเงินตั้งแต่วันนี้ และวางแผนการเงินที่ชัดเจน ท้ายสุดเมื่อเราบรรลุเป้าหมายทางการเงิน เราจะพบว่า เงินจะหันมาทำงานแทนเรา เมื่อถึงเวลานั้น เราจะได้ใช้เวลาที่มีอยู่ในแต่ละวันทำในสิ่งที่เรารักแทน….

หรือประโยคภาษาอังกฤษที่ว่า “You can do what you love” ดังนั้นมาเริ่มวางแผนการเงิน เริ่มศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับการเงินและรูปแบบการลงทุน เพื่อให้เรามีอิสระภาพทางการเงินในอนาคตข้างหน้า

อาจารย์วศิน ทิ้งท้ายบทสนทนาว่า ตลอดสองปีที่ผ่านมาที่หลักทรัพย์บัวหลวงจับมือกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เพื่อร่วมกันเปิดศูนย์การเรียนรู้การลงทุนครบวงจร “Investment Space by Bualuang Securities” รวมถึงจัด “โครงการ the stock master university” เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ด้านการลงทุนให้กับนักศึกษาและบุคลากร ต้องบอกว่า เป็นกิจกรรมที่ดีมากๆ เพราะกิจกรรมนี้เป็นส่วนสำคัญที่จะสร้างกลไกเชิงป้องกัน (Preventive) ให้กับกลุ่มคนรุ่นใหม่ทั้ง Gen Y และ Gen Z  ซึ่งในแต่ละครั้งก็ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี

thumbnail_IMG_8298

หลังนักศึกษาสะท้อนกลับมาว่า เป็นกิจกรรมที่ช่วยเปิดมุมมองทางด้านการลงทุน การบริหารจัดการเงินลงทุน ตลอดจนช่วยให้เขาวางแผนทางการเงินได้ดีขึ้น รู้เป้าหมายและเลือกลงทุนได้ตรงตามเป้าหมายมากขึ้น ปีนี้ก็จะเป็นอีกปีที่ทางหลักทรัพย์บัวหลวง จะได้เข้ามาช่วยในการจัดกิจกรรม The Stock Master ให้กับทางคณะเศรษฐศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อีกครั้ง ก็อยากเชิญชวน นักศึกษาทุกชั้นปี เข้าร่วมกิจกรรมนี้ต่อไป

“ขอบคุณหลักทรัพย์บัวหลวงที่เล็งเห็นความสำคัญของการส่งเสริมให้ความรู้ และปลูกฝังวินัยทางการเงิน ตลอดจนแนะนำทักษะการลงทุนและออมเงินในสินทรัพย์ทางการเงินที่หลากหลายในระบบการเงิน”

เม่าจำไม By Bualuang Securities” จะมาเล่าเรื่องอะไรให้ฟังอีก รอติดตามนะคะ….

บทความนี้เป็นประโยชน์กับท่านหรือไม่

แสดงความคิดเห็น