ADVANC ซุ่มทำเรื่องอะไร ?

ต้นทุนการให้บริการที่เพิ่มขึ้นในปีก่อน จากการขยายโครงข่ายทั้งโทรศัพท์เคลื่อนที่และอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง และค่าตัดจำหน่ายใบอนุญาตคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ ที่ได้รับในเดือนก.ย. ที่ผ่านมา ส่งผลให้บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC ทำกำไรสุทธิในปี 2561 ได้เพียงระดับ 29,682.18 ล้านบาท ลดลง 1.3% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่ 30,077.31 ล้านบาท

แต่ในฝั่งของรายได้รวมยังคงเติบโต 7.7% มาอยู่ระดับ 169,856 ล้านบาท จากการเติบโตของรายได้การให้บริการที่ระดับ 3.8%  (รวมรายได้ของซีเอสลอกซ์ หรือ CSL และรายได้ค่าเช่าเครื่องและอุปกรณ์จากการเป็นพันธมิตรกับทีโอที) ขณะที่ EBITDA ก็ขยายตัว 4.7% เมื่อเทียบกับปีก่อน มาอยู่ที่ 73,792 ล้านบาท

ปัจจุบันรายได้ของ ADVANC มาจาก 3 ธุรกิจ คือ 1. ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 94% ในปีก่อนมีรายได้ 124,601 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากการใช้งาน 4G เติบโตต่อเนื่อง จากความต้องการใช้งานดาต้าของลูกค้า หลังบริษัทได้ประมูลใบอนุญาตคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิรตช์ ทำให้เอไอเอสมีคลื่นความถี่กว้างที่สุดในอุตสาหกรรม (ความกว้าง 2 คูณ 60 เมกะเฮิรตช์) ส่งผลให้มีลูกค้าเพิ่มขึ้นถึง 1 ล้านเลขหมาย ในช่วง 6 เดือนหลังของปี 2561

2 .ธุรกิจเอไอเอส ไฟเบอร์ หรืออินเทอร์เน็ตบ้าน ปีก่อนมีรายได้ 4,436 ล้านบาท หรือเติบโต 42% หลังมีจำนวนลูกค้าเพิ่มขึ้นทั้งปี 209,300 ราย คิดเป็นประมาณ 20% ของจำนวนลูกค้าที่เพิ่มขั้นทั้งอุตสาหกรรม แม้การแข่งขันในตลาดจะดุเดือด

3. ธุรกิจดิจิทัลเซอร์วิส หลังเอไอเอสได้ขยายแพลตฟอร์มดิจิทัลที่สำคัญสำหรับกลุ่มลูกค้าทั่วไปและลูกค้าองค์กร ล่าสุดแพลตฟอร์มวิดีโอ AIS PLAY ได้รับการตอบรับอย่างดี โดยมียอดลูค้าใช้งานต่อเนื่องกว่า 1.7 ล้านราย และติด 1 ใน 5 แอปพลิเคชันการรับชมคอนเทนต์ที่ลูกค้าเลือกใช้

แล้วปี 2562 ADVANC จะพลิกกลยุทธ์อะไรมาขับเคลื่อนผลกำไร ไปติดตามอ่านกันค่ะ :)

สำรวจโจทย์ใหญ่ “ซีอีโอ”  ADVANC

คุณศิรภพ ปภัทธนนันท์ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส ยืนยันว่า คุณสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ADVANC วางวิสัยทัศน์การบริหารงานในปี 2562 ชัดเจนว่า

1. รายได้จากการให้บริการหลักต้อง “เติบโตในอัตราเลขตัวเดียวระดับกลาง” จากการเติบโตของทุกธุรกิจ

2. ต้องมีอัตรากำไร EBITDA margin ใกล้เคียงกับปีก่อน

3. งบลงทุนโครงข่ายต้องอยู่ในตัวเลข 20,000-25,000 ล้านบาท

4. นโยบายเงินปันผล ไม่ต่ำกว่า 70% ของกำไรสุทธิ

สำหรับแผนงานของ “ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่”  ปัจจุบันเอไอเอสมีฐานลูกค้าในมือ 41 ล้านราย แบ่งเป็นระบบ Prepaid ประมาณ 80% (สร้างรายได้สัดส่วน 54%) และระบบ postpaid ประมาณ 20% (สร้างรายได้สัดส่วน 43%) ซึ่งเราเป็น “เบอร์หนึ่ง” ของอุตสาหกรรมกินมาร์เก็ตแชร์อันดับ 1 สัดส่วน 48%

ฉะนั้นในปี 2562 ยังคงเดินหน้า“รักษาแชมป์ต่อไป” ด้วยการให้ความสำคัญต่อการขยายการเติบโตในธุรกิจอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง และการให้บริการลูกค้าองค์กร และผลักดันบริการดิจิทัลเซอร์วิสใหม่ๆ รวมถึงออกไปหาตลาดใหม่ๆ อย่างตลาดแรงงานต่างชาติ และตลาดนักท่องเที่ยว เช่น คนจีน เป็นต้น ซี่งมาร์เก็ตแชร์ตรงนี้ยังสามารถไปได้อีกมาก ปัจจุบันโอเปอเรเตอร์ทั้ง 3 รายดีแทค เอไอเอส และทรู มีจำนวนซิมรวมกันประมาณ 90 ล้านเลขหมาย (1 คน ใช้มากกว่า 1 ซิม)

IMG_1953

(  ADVANC Roadshow @ Bualuang ณ Bualuang Investment Station )

วันนี้การแข่งขันในอุตสาหกรรมโทรศัพท์เคลื่อนที่ยังมีอยู่ต่อเนื่อง โดยเฉพาะการแคมเปญส่วนลดเครื่องโทรศัพท์มือถือ แต่การแข่งขันราคาจากการนำเสนอแพ็คเกจแบบใช้งานไม่จำกัดด้วยความเร็วคงที่ (Fixed-Speed Unlimited) จะเริ่มชะลอตัวลงไม่ดุเดือดเหมือนช่วงที่ผ่านมา

ในส่วนของแผนงาน “ธุรกิจเอไอเอส ไฟเบอร์” หลังทำธุรกิจนี้มา 4 ปีเต็ม เรามีมาร์เก็ตแชร์ระดับ 8% มีฐานลูกค้าในมือ 730,000 ครัวเรือน ครอบคลุม 57 จังหวัด (ปี 2560 มีลูกค้าในมือ 500,000 ราย) แม้ธุรกิจจะเติบโตต่อเนื่อง จากความต้องการใช้งานดาต้าที่เพิ่มขึ้นของลูกค้า แต่ในปี 2562 เราจะ “เปลี่ยนวิธีการทำงานใหม่”

ด้วยการมุ่งเน้นทำตลาดแบบ FMC (Fixed-Mobile Convergence) หรือการผนวกรวมบริการทั้งอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์และโทรศัพท์มือถือเป็นแพ็กเกจรวมที่ให้บริการกับลูกค้า เรียกว่า “แพ็คเกจเดียวตอบโจทย์ทั้งครัวเรือน” โดยจะอาศัยต่อยอดจากฐานลูกค้าโทรศัพท์เคลื่อนที่ จากแผนงานนี้คาดว่าจะทำให้มีฐานลูกค้าเพิ่มเป็น 1 ล้านราย และตัวเลขมาร์เก็ตแชร์อาจขยับขึ้นเป็นระดับ 10% ปัจจุบันตลาดอินเทอร์เน็ตบ้านมีผู้เล่น 4 ราย คือ ทรู, 3BB broadband, TOT และ AIS

“ปัจจุบันการใช้ดาต้ามีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉลี่ยลูกค้าของเราใช้อินเทอร์เน็ตเฉลี่ย 11 GB เติบโตมาจาก 7 GB เมื่อปลายปี 2560 ขณะที่ฐานลูกค้า 60% ใช้ระบบ 4G เติบโตมาจาก 40% เมื่อปลาย 2560 และมีลูกค้าใช้ระบบ 2G ประมาณ 2 ล้านคน ที่เหลือเป็นระบบ 3G”

สำหรับ “ธุรกิจดิจิทัลเซอร์วิส” ปัจจุบันมีฐานลูกค้าทั่วไปประมาณ 90% ของรายได้ และลูกค้าองค์กรประมาณ 10% ของรายได้ ตามแผนงานหลังเข้าซื้อกิจการของ ซีเอสลอกซ์ (CSL) ในปี 2561 จะทำให้สัดส่วนลูกค้าองค์กรขยายตัวมากขึ้น คาดว่า รายได้จากการให้บริการลูกค้าองค์กรจะยังคงเติบโตใน “อัตราเลขหลักเดียวระดับสูง(High single digit) ในปี 2562

และจากการที่บริษัทในเครือเข้าร่วมลงทุนกับบริษัท แรบบิท ไลน์ เพย์ จำกัด และบริษัท ไลน์ คอมพานี (ประเทศไทย) จำกัด สัดส่วนบริษัทละ 33.33% ทุนจดทะเบียน 599.99 ล้านบาท เมื่อต้นปี 2561 จะผลักดันให้แพลตฟอร์มธุรกรรมทางการเงินผ่านมือถือของเอไอเอสเติบโตมากขึ้น

 “เอไอเอสแข่งขันเรื่อง “คุณภาพ” เป็นหลัก คุณภาพในที่นี้ ไม่ได้แปลว่า สปีดต้องเร็วที่สุดอย่างเดียว แต่สปีดเร็วแล้ว ลูกค้าไปใช้บริการตรงไหนต้องไม่ติดขัด” ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ กล่าวทิ้งท้าย

สัปดาห์หน้า เม่าจำไม By Bualuang Securities” จะมาเล่าเรื่องอะไรให้ฟังอีก รอติดตามนะคะ….

บทความนี้เป็นประโยชน์กับท่านหรือไม่

แสดงความคิดเห็น