NETBAY ในมือ “นักรัฐศาสตร์”

“กล้าคิดนอกกรอบ” หลักคิดการทำธุรกิจของ “คุณพิชิต วิวัฒน์รุจิราพงศ์” ในฐานะผู้ก่อตั้ง บริษัท เน็ตเบย์ จำกัด (มหาชน) หรือที่นักลงทุนคุ้นเคยกันดีในตัวย่อ NETBAY น่าจะเป็นหนึ่งกุญแจสำคัญ ที่ทำให้องค์กรอายุ 14 ปีแห่งนี้ประสบความสำเร็จจนถึงทุกวันนี้…..

เส้นทางแห่งความสำเร็จของ NETBAY ถ้าจะบอกว่า “ไม่ธรรมดา” ก็คงไม่ผิดเท่าไหร่นัก เพราะองค์กรที่มีกำไรเติบโตทุกปีแห่งนี้ ถูกเดินเกมด้วย “อดีตคนไม่มีความรู้เรื่องไอที” หลายคนอาจเคยได้ยินประวัติเจ้าของตัวจริงมาบ้างแล้ว แต่วันนี้ “เม่าจำไม By Bualuang Securities” จะล้วงกุญแจดอกสำคัญที่ทำให้ NETBAY แตกต่างจากผู้ประกอบการรายอื่นมาให้อ่านกัน…

“ชนะ” แม้ไม่มีความรู้ไอที!!

ก่อนจะเป็นเจ้าของบริษัทแห่งนวัตกรรมเทคโนโลยี ผู้ก่อตั้ง NETBAY เคยยึดอาชีพเถ้าแก่อุตสาหกรรมเครื่องพิมพ์ กินมาร์จิ้นบางๆ มาก่อน “คุณพิชิต” เล่าจุดเริ่มต้นในแวดวงไอทีว่า เมื่ออุตสาหกรรมเครื่องพิมพ์เข้าสู่ช่วง Sunset เราก็ไม่ควรดันทุรังทำต่อ แล้วธุรกิจแบบไหนจะเหมาะกับจริตของเรา ? นั่นเป็นเรื่องที่นักธุรกิจต้องรีบคิดต่อ ในยุคสมัยนั้น ผมตัดสินใจโดดเข้าสู่โลกไอที ธุรกิจที่ไม่มีความรู้เลยแม้แต่น้อย…

ไม่เคยเรียนไอที เพราะจบรัฐศาสตร์ ทั้งระดับปริญญาตรีและปริญญาโท แต่อยากทำงานด้านไอที เลยยอมควักเงินหลักแสน เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับระบบคอมพิวเตอร์ช่วงที่เครื่องพีซีเข้ามาเมืองไทยใหม่ๆ แม้ช่วงแรกจะไม่ประสบความสำเร็จในการเรียนรู้ แต่ก็ทำให้รู้ว่า ชอบเรื่องไอทีมากแค่ไหน…

ความสนใจไอทีหวนมาอีกครั้ง เมื่อมีโอกาสได้อ่านหนังสือเรื่อง Business @ The Speed of Thought โดยระบบประสาทดิจิตอล ของ “บิล เกตส์” นักธุรกิจชาวอเมริกา และหนึ่งในผู้ก่อตั้งบริษัท ไมโครซอฟท์ หนังสือที่มีความหนาหลายร้อยหน้า นอกจากจะสอนให้รู้จักคำศัพท์เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์แล้ว ผู้เขียนยังแนะนำนักธุรกิจว่า “ความคิดของคนมันเร็วกว่าแสงและเสียง แค่หลับตาเราก็สามารถเที่ยวนิวยอร์คได้แล้ว” เมื่ออ่านจบทำให้รู้ว่า หากไม่รีบปรับตัวให้ทันโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เราจะเป็นคนหนึ่งที่โดนกระแส Disruption เล่นงานเข้าสักวัน

 “บิล เกตส์” เปลี่ยนชีวิตชายชื่อ “พิชิต” พูดเช่นนั้นคงไม่ผิด เพราะทันทีที่อ่านหนังสือจบ ผมก็ตัดสินใจปิดกิจการเครื่องพิมพ์ที่ทำมาหลายสิบปี เพื่อมาทำบริษัทพัฒนาซอฟต์แวร์ แต่เส้นทางที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ บวกกับไม่มีต้นทุนที่เพียงพอ ทำให้ Startup แห่งนี้ ต้องเผชิญหน้ากับปัญหาขาดทุนในช่วง 4-5 ปีแรก สุดท้ายตกผลึกทางความคิดว่า “ถ้าอยากชนะ ต้องกล้าแตกต่าง”

“เมื่ออยากชนะ ต้องเดินเกม think out of the box ด้วยการหันมาเป็นผู้พัฒนาแพลตฟอร์ม ไล่มาตั้งแต้ต้นน้ำจนปลายน้ำ ตอบโจทย์ทุกความต้องการของกลุ่มลูกค้า ขณะที่ผู้ประกอบการรายอื่นๆ ไม่ได้ทำงานแบบเรา แม้ช่วงแรกจะเหมือนงมเข็มในมหาสุมทร แต่ NETBAY ก็สามารถทำกำไรได้ในปีแรก เมื่อเริ่มเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ เราก็เดินหลักคิดนี้มาเรื่อยๆ จนถึงทุกวันนี้…

1545711923740

“คุณพิชิต วิวัฒน์รุจิราพงศ์”

“ความต่าง” ทำให้ NETBAY เหนือคู่แข่ง

ปัจจุบัน NETBAY มีส่วนแบ่งการตลาดสูงสุดในอุตสาหกรรมบริษัทผู้ให้บริการผ่านพิธีการศุลกากรทางอิเล็กทรอนิกส์แบบไร้เอกสาร (e-Customs Paperless) ในประเทศไทย ทั้งๆที่เราเข้ามาทำธุรกิจหลังคู่แข่งถึง 7 ปี นั่นอาจเป็นเพราะเราเป็นผู้ให้บริการรายเดียวที่ให้บริการทั้ง e-Customs Gateway และ VANs  ปัจจุบันในประเทศมีผู้ให้บริการ e-Customs Paperless จำนวน 3 ราย (NETBAY, บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) และบริษัท เทรดสยาม จำกัด)

ภาคธุรกิจสนใจธุรกรรมออนไลน์มากขึ้นหรือไม่ ?

ปัจจุบันผู้ประกอบการธุรกิจมีสัดส่วนการใช้บริการเทคโนโลยี แพลตฟอร์ตไม่ถึง 5% ขณะที่ 95% ภาคธุรกิจเอกชนและภาครัฐยังทำธุรกิจแบบเดิมๆ (Analog) แต่ผลกระทบจากกระแส Disruption และการเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ทำให้ภาคธุรกิจต่างๆ เริ่มปรับตัวยอมรับยุคดิจิทัลมากขึ้นเรื่อยๆ

ที่ผ่านมา NETBAY พยายามสื่อสารเรื่องเหล่านี้กับเหล่าผู้ประกอบการหลากหลายแขนง เราอยากให้เขาเปลี่ยน Mindset ใหม่ ด้วยการหันมาใช้บริการเทคโนโลยีแพลตฟอร์ม หากปลดล็อคได้ องค์กรก็จะเดินหน้า ลูกค้าก็จะมีความสะดวกสบายในการใช้บริการมากขึ้น

วิชั่นปี 2019

“NETBAY ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาแพลตฟอร์มให้ดีขึ้นต่อเนื่อง ที่ผ่านมาเราเรียนรู้มาหนักมาก ผมไม่ได้ยกหางตัวเอง แต่มั่นใจว่า องค์กรแห่งนี้จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง ผมมีหน้าที่บริหารธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนและมั่นคง ราคาหุ้นจะขึ้นหรือลงเป็นเรื่องของนักลงทุน ไม่เกี่ยวกับเรา ที่ผ่านมาก็จะบอกแบบนี้กับคนที่ถามถึงราคาหุ้นของเราเสมอ ตราบใดที่พื้นฐานไม่ได้เปลี่ยนแปลง” คุณพิชิต ยืนยัน

แผนธุรกิจในช่วง 5 ปีข้างหน้า ที่เคยวางไว้ก่อนเข้าตลาดหุ้น (เริ่มซื้อขายวันแรกวันที่ 16 มิ.ย. 2559) วันนี้ก็ยังคงเหมือนเดิม เราเชื่อว่า การเติบโตปีละ 10-15% และมีอัตรากำไรสุทธิเฉลี่ย 40% NETBAY ทำได้แน่ แต่ถ้ามีโปรเจคใหม่ๆ อาจขยายตัว 20% เหตุผลที่ทำให้เติบโตต่อเนื่องได้แบบนี้ เป็นเพราะเราเป็นเจ้าของแพลตฟอร์ม ไม่ต้องไปซื้อจากใคร ค่าใช้จ่ายสัดส่วนใหญ่ที่สุดของบริษัท คือ “บุคลากร” วันนี้มีพนักงาน 95 คน ส่วนใหญ่เป็นโปรแกรมเมอร์ และเอ็นจิเนียริ่ง ซึ่งเราต้องดูแลเขาให้ดีที่สุด

“เมื่อไม่นานมานี้ ผมเพิ่งกลับมาจากการดูงานบริษัทเทคโนโลยีแห่งหนึ่งในเมืองจีน ความน่าตื่นเต้นขององค์กรแห่งนี้ คือ เปิดมา 4 ปี มีพนักงาน 2,500 คน ระดมทุนมาได้ 2.6 พันล้านเหรียญ มีสาขาอยู่หลากหลายแห่ง เมื่อลองย้อนดูตัวเอง ทำ NETBAY มา 14 ปี มีรายได้แค่ 300 กว่าล้าน เห็นตัวเลขแบบนี้ เรายังห่างไกลเขาอีกมาก นั่นแปลว่า เรายังมีช่องว่างในการเติบโตอีกมากในอนาคต”

1545711920189

สัปดาห์หน้า เม่าจำไม By Bualuang Securities” จะหยิบเรื่องอะไรมาเล่าสู่กันฟัง รอติดตามนะคะ

บทความนี้เป็นประโยชน์กับท่านหรือไม่

แสดงความคิดเห็น