เรื่องหลังบ้าน “JUBILE”

หากเอ่ยถึงเครื่องประดับเพชรและเพชรกะรัตที่มีสาขามากที่สุดในประเทศไทย 127 สาขา คงต้องยกตำแหน่งนี้ให้แบรนด์ Jubilee  Diamond” ของ “คุณวิโรจน์ พรประกฤต” ในฐานะผู้ก่อตั้ง บริษัท ยูบิลลี่ เอ็นเตอร์ไพรส์ หรือ  JUBILE  ปัจจุบันย้ายไปนั่งดูงานเบื้องหลัง และส่งไม้ต่อการบริหารงานเต็มตัวให้ทายาทคนโตของตระกูล จากจำนวนพี่น้อง 3 คน “คุณอัน อัญรัตน์ พรประกฤต” ช่วยดูแล

แม้ “คุณวิโรจน์” จะนั่งแท่นผู้กำกับ แต่  “Jubilee of Siam”  ย่านสีลม ซึ่งเป็น Flagship Store แห่งแรกที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และเป็น Diamond Boutique ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ล้วนแล้วมาจากความคิดของผู้เป็นพ่อ เมื่อตกผลึกทางความคิด และการเจรจาเช่าอาคารระยะยาวจากเจ้าของเดิมประสบความสำเร็จ จากอาคารเรือนไทยไม้เก่าที่ปล่อยร้างมานานได้ถูกเนรมิตให้เป็นศูนย์รวบรวมเพชรกะรัตน้ำงามและเครื่องประดับระดับมาสเตอร์พีซหายากที่มีเพียงหนึ่งเดียวในโลกเมื่อปี 2558

ทว่าการสร้าง “ไดมอนด์ บูทีค” ยิ่งใหญ่แห่งนี้กำลังบ่งบอกอะไร ? “เม่าจำไม By Bualuang Securities” และ “แพท ภาววิทย์ กลิ่นประทุม” ผู้อำนวยการส่วนที่ปรึกษาการลงทุน หลักทรัพย์บัวหลวง จะพาไปหาคำตอบที่ “Jubilee of Siam” ย่านสีลม

เครื่องประดับเพชรในยุค 4.0 !!

คุณอัญรัตน์ พรประกฤต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. ยูบิลลี่ เอ็นเตอร์ไพรส์ หรือ JUBILE องค์กรอายุ 89 ปี เล่าว่า บางคนอาจคิดว่าเดี๋ยวนี้คนรุ่นใหม่ไม่นิยมซื้อเครื่องประดับเพชรเหมือนคนรุ่นเก่า ซึ่งตรรกะนี้อาจไม่เป็นความจริง!! สะท้อนได้จากผลสำรวจของ “เดอเบียร์ส” ( De Beers) บริษัทที่ดำเนินธุรกิจเหมืองเพชรที่ระบุชัดว่า คนรุ่นมิลเลนเนียล ที่มีอายุตั้งแต่ 18-29 ปี สนใจซื้อเครื่องประดับเพชรมากขึ้น

โดยเฉพาะกลุ่มเอเชีย นำทีมโดยคนจีน ซึ่งถือเป็น 1 ใน 4 ประเทศที่เป็นตลาดเครื่องประดับเพชรรายใหญ่ที่สุดในโลก (จีน อินเดีย ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา) เนื่องจากในยุคปัจจุบันเครื่องประดับเพชร ถือเป็นเครื่องประดับที่สามารถบ่งบอก stage of life ของตัวเองได้เป็นอย่างดี แตกต่างจากยุคเก่าที่มักซื้อเพชร เพราะต้องการเก็บไว้เป็นสินทรัพย์หรือมรดก เพื่อส่งต่อให้ลูกหลาน

ขณะเดียวกันพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคยุคใหม่เปลี่ยนแปลงไปมาก แตกต่างจากคนรุ่นเก่า ซึ่งราคาเพชรที่ไม่สูงมากนัก ส่วนใหญ่เริ่มต้นเพียงหมื่นกว่าบาท ทำให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อได้ง่าย ยิ่งผู้ประกอบการบัตรเครดิตมีการจัดโปรโมชั่นหลากหลายรูปแบบ ทำให้เอื้อประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมเครื่องประดับเพชรมากขึ้น เพราะจะเกิดการซื้อซ้ำอย่างต่อเนื่อง แตกต่างจากในอดีตอย่างสิ้นเชิง

นอกจากนั้นกลุ่มผู้บริโภคในปัจจุบันยังมีหน้าตาเปลี่ยนแปลงไป ในอดีตเรามักเห็นกลุ่มลูกค้าผู้หญิงเดินเข้าร้านเพชร แต่ที่ผ่านมาเริ่มเห็นกลุ่มลูกค้าผู้ชายมากขึ้น เพราะเครื่องประดับเพชร ถือเป็นอีกหนึ่งสินทรัพย์ลงทุนทางเลือก (Alternative Investments) ที่ดีทางหนึ่ง ซึ่งจุดประสงค์ของการซื้อเพชรของผู้หญิงและผู้ชายจะแตกต่างกัน ผู้ชายเลือกซื้อเพชร โดยมองมูลค่าที่อาจเพิ่มขึ้นในอนาคตเป็นหลัก ส่วนผู้หญิงมักเลือกเครื่องประดับ เพราะความชื่นชอบ

20180903111015

“คุณอัน-อัญรัตน์ พรประกฤต และ คุณแพท-ภาววิทย์ กลิ่นประทุม”

ลูกค้าหลัก JUBILE เป็นใคร ?

เธอตอบคำถามนี้ว่า ลูกค้าหลักของเราจะอยู่ในกลุ่ม Gen X  ที่มีอายุตั้งแต่ 30-40 ปี คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 60% รองลงมาเป็นกลุ่มลูกค้าที่อายุ 40 ปีขึ้นไป ซึ่งในอนาคตความต้องการซื้อเครื่องประดับเพชรของลูกค้ากลุ่มดังกล่าวยังมีโอกาสขยายตัวอีกมาก

เพราะเมื่อเริ่มมีความมั่นคงทางการเงิน ก็ต้องการหาซื้อเครื่องประดับเพชรที่บ่งบอกถึงความเป็นตัวเอง และ JUBILE มักเป็นแบรนด์อันดับต้นๆ ที่ลูกค้าจะนึกถึง พิสูจน์ได้จากความคิดเห็นของลูกค้าที่มักพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า มีความเชื่อมั่นในแบรนด์ JUBILE เพราะเปิดกิจการมานานถึง 89 ปี

ปัจจุบันลูกค้าต่างจังหวัดเติบโตมากกว่าลูกค้าในกรุงเทพฯ เนื่องจากที่ผ่านมามีห้างสรรพสินค้า หรือไฮเปอร์มาร์ท ไปเปิดใหม่ค่อนข้างมาก ที่สำคัญพฤติกรรมลูกค้าต่างจังหวัดเริ่มใกล้เคียงคนกรุงเทพฯมากขึ้น เพราะยุคโซเชียลมีเดียทำให้แหล่งข้อมูลเข้าใกล้กลุ่มผู้บริโภคมากขึ้น ขณะที่กำลังซื้อก็ไม่ได้แตกต่างจากตลาดกรุงเทพฯ โดยเฉพาะหัวเมืองขนาดใหญ่

วันนี้ลูกค้าสัดส่วนเฉลี่ย 95% ของบริษัทมาจากในประเทศ สำหรับลูกค้าต่างชาติยังคงมีสัดส่วนน้อยมาก ส่วนใหญ่ลูกค้าต่างชาติจะซื้อแบรนด์ JUBILE ตามจังหวัดท่องเที่ยว เช่น ภูเก็ต และเชียงใหม่ เป็นต้น เร็วๆนี้เราจะเพิ่มช่องทางการจำหน่ายในศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ และเทอร์มินอล 21 เพื่อเจาะตลาดนักท่องเที่ยว

“ในอนาคตนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวด้วยตัวเองจะมีจำนวนมากขึ้น ฉะนั้นเราคงต้องขยายสาขา เพื่อรองรับกลุ่มนี้มากขึ้น ซึ่งปลายปี 2561 ตั้งใจจะเปิดสาขาขนาดใหญ่แห่งใหม่ที่มีลักษณะใกล้เคียงกับ Jubilee of Siam” คุณอัน เผยความลับ

พร้อมโกอินเตอร์หรือยัง ?

นายหญิงแห่ง Jubilee ตอบว่า เมื่อปีสองปีก่อน เราได้มีโอกาสร่วมพูดคุยกับหลากหลายพาร์ทเนอร์ แต่ยังไม่ได้จับมือกับใครเป็นพิเศษ เพราะนโยบายของบริษัท คือ ต้องการไปด้วยแบรนด์ของ JUBILE ฉะนั้นพาร์ทเนอร์ที่จะทำธุรกิจกับเราต้องมีความเข้าใจ และมีทิศทางการทำธุรกิจเหมือนกัน

วันนี้ตลาดในประเทศยังมีอีกหลาย Segment ที่ JUBILE ยังไม่ได้เข้าไปแตะ ซึ่งในช่วงที่เหลือของปี 2561 เรามีแผนจะขยายกลุ่มลูกค้าช่วงอายุ 20 ปลายๆ จนถึง 30 ต้นๆ มากขึ้น โดยจะออกผลิตภัณฑ์ที่มีเรื่องเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้ามาเกี่ยวข้อง เพื่อตอบไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ คาดว่าจะเปิดตัวในเดือนต.ค. นี้ ถือเป็นโปรเจกต์ที่สนุก เราเชื่อมั่นนวัตกรรมทันสมัยจะช่วยขยายฐานลูกค้ากลุ่มนี้

“โปรเจกต์นี้อาจทำให้บริษัทมีการเติบโตเฉลี่ยปีละ 20-25% จากปัจจุบันที่มีการขยายตัวในลักษณะ Organic Growth เฉลี่ยปีละ 10% ตอนนี้อยู่ระหว่างเตรียมงานหลังบ้านในหลายๆเรื่อง ถือเป็นเรื่องที่ท้าทายสำหรับเรา” เธอเชื่อมั่นเช่นนั้น

หั่นราคา…ไม่ใช่ทาง JUBILE

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เล่าว่า  เราไม่คิดจะเดินตามรอยเพื่อนร่วมอุดมการณ์ที่พากันลดราคาเครื่องประดับเพชรเกิน 60% นั่นเป็นเพราะสินค้าของเรามีความแตกต่างจากคู่แข่ง ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของ คุณภาพ นวัตกรรม หรือดีไซน์ เป็นต้น

ยกตัวอย่างให้พอเห็นภาพ สร้อยเพชร 1 เส้น แบรนด์ JUBILE สามารถปรับเปลี่ยนได้ 5 ดีไซน์ เท่ากับว่า ลูกค้าซื้อสร้อยคอ 1 เส้น สามารถใส่ได้ 5 โอกาส ซึ่งการที่เราให้เวลากับเรื่องเหล่านี้ ทำให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำบ่อยครั้ง เพราะทุกดีไซน์มาจากมันสมองของเราเอง…

ที่สำคัญ JUBILE สามารถเข้าถึงซัพพลายเออร์ แหล่งเจียระไน และห้องปฏิบัติการได้โดยตรง ทำให้สามารถเช็คเพชรได้ภายใน 5 นาที เหตุผลที่เราทำได้อย่างนั้น เพราะมีวอลุ่มในการสั่งซื้อค่อนข้างมาก และทำงานร่วมกันมายาวนานกว่า 20 ปีในบางราย

ฉะนั้นเรื่องของคุณภาพวัตถุดิบไว้ใจได้เลย ปัจจุบันเราดีลกับซัพพลายเออร์ 5 ราย แต่ละรายมีความถนัดในการเจียระไนเพชรแต่ละไซด์ที่แตกต่างกัน ซึ่งการดีไซน์เพชรคอลเลคชั่นใหม่ของเราจะมีการปรับเปลี่ยนทุกไตรมาส คิดเป็นสัดส่วนเฉลี่ย 40%

ปัจจุบันลูกค้าบางรายยังคงมีความเข้าใจเรื่องเพชรคลาดเคลื่อน บางคนยังไม่เข้าใจว่า ใบรับรองคุณภาพเพชร หรือ Certificate of Diamond มีความสำคัญอย่างไร ขณะที่บางคนยังเข้าใจว่า ถ้ามีใบรับรองคุณภาพเพชร ราคาจะแพงขึ้น ซึ่งในความเป็นจริงไม่ใช่เลย!!

ฉะนั้นการที่ลูกค้าไม่มีความรู้เรื่องเพชร ถือเป็นโอกาสของเราที่จะเข้าไปเติมความรู้ที่ถูกต้องให้กับลูกค้า วันนี้เรามีลูกค้าในมือประมาณ 140,000 ราย 127 สาขา คาดว่าสิ้นปี 2561 จะมีสาขาใหม่เพิ่มขึ้นอีกประมาณ 10 แห่ง ในอนาคตสาขาใหม่ๆอาจเกิดขึ้นในต่างจังหวัดเป็นหลัก สอดคล้องกับความเจริญที่กำลังขยายตัวเข้าไป

“การแข่งขันเครื่องประดับเพชร วันนี้ยังคงเหมือนเดิม ส่วนใหญ่เน้นหั่นราคา แต่เราไม่มีทางเดินทางนั้นแน่นอน วันนี้พิสูจน์ได้แล้วว่า “ความแตกต่าง” ทำให้ลูกค้าชื่นชอบเรา ส่วนในแง่ของผู้ประกอบการหน้าใหม่ ไม่ค่อยมีเท่าไร เพราะเป็นธุรกิจที่ทำยากเป็นงานเฉพาะทาง” คุณอัน วิเคราะห์แนวโน้มตลาดเพชร

เธอทิ้งท้ายบทสนทนาว่า “สไตล์การทำงานของตัวเอง คือ ชอบคิดอะไรไม่เหมือนเดิม ชอบความสนุก ชอบความท้าทาย และไม่เคยมีคำว่า “เป็นไปไม่ได้หรอก” อยู่ในหัว ตรงข้ามกลับมีแต่ความคิดที่ว่า “หากจะทำเรื่องนี้ให้เป็นไปได้ เราต้องทำอะไรบ้าง” เพราะการได้ลงมือทำจะทำให้เราได้ผลลัพธ์กลับมา 70-80% ที่สำคัญต้องมีความสุขกับการทำงาน”

ผลประกอบการสำคัญ บมจ. ยูบิลลี่ เอ็นเตอร์ไพรส์

jubile

ที่มา : ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.)

สัปดาห์หน้า “เม่าจำไม By Bualuang Securities” จะพาไปซอกแซกเรื่องลงทุน หรือบุคคลน่าสนใจที่ไหน รอติดตาม รับรองเอ็กซ์คลูซีฟเหมือนเดิม…

บทความนี้เป็นประโยชน์กับท่านหรือไม่

แสดงความคิดเห็น