ITEL มีเรื่องติดตามตลอดปี

ราคาหุ้น อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม ที่ปรับตัวลดลงจะใช่จังหวะเข้าซื้อหรือไม่ “เม่าจำไม By Bualuang Securities” จะเล่ายุทธศาสตร์เติบโตแบบคำต่อคำ จากงาน ITEL Roadshow @Bualuang ให้ฟัง!! เผื่อจะรู้ว่าเพราะอะไร ? เซียนหุ้นรายใหญ่สองคู่ซี้ต่างวัย “คุณนเรศ งามอภิชน“ และ “คุณฟลุค วรวุฒิ อัจฉริยศรีพงศ์”  ถึงพากันเข้ามาลงทุน!!

 เปิดแผนงานปี 61

1080-x-1080-FB-Event-mao1

คุณณัฐนัย อนันตรัมพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม จำกัด (มหาชน)  หรือ ITEL ย้ำแผนงานสำคัญปี 2561 ให้ฟังว่า นอกจากจะตั้งเป้าหมายรายได้รวม 1,400 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากธุรกิจ Data Service และธุรกิจ Data Center ประมาณ 700-800 ล้านบาท ส่วนที่เหลือมาจากงานบริการติดตั้งและวางโครงข่ายโทรคมนาคมแล้ว บริษัทยังคาดหวังว่า สิ้นปีนี้จะเห็นมาร์จิ้นงาน Data Service ขยับขึ้น จาก 23% เป็น 25% และอาจเห็น EBITDA ปรับตัวขึ้น จากระดับ 25-28% เป็น 30-35% ที่สำคัญ Net Income จะยืนระดับ 10%

“วันนี้ตลาดดาต้าเซอร์วิสมีมูลค่า 14,000 ล้านบาท ซึ่ง ITEL มีมาร์เก็ตแชร์ 12% หวังว่า 3-5 ปีข้างหน้าจะขยับเป็น 17%”

ปัจจุบันบริษัทมีรายได้หลักมาจาก 3 ธุรกิจ คือ 1. การให้บริการโครงข่ายวงจรสื่อสารข้อมูลความเร็วสูง (Data Service) 2. ธุรกิจให้บริการพื้นที่ศูนย์ข้อมูลหรือดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) และ 3. ธุรกิจการให้บริการติดตั้งโครงข่ายโทรคมนาคม (Installation)

ส่วนธุรกิจการให้บริการสร้างศูนย์ข้อมูลหรือดาต้าเซ็นเตอร์ (Turnkey Data Center) ยังไม่ค่อยให้น้ำหนักมากนัก เพราะมาร์จิ้นต่องานค่อนข้างต่ำเฉลี่ย 12-15% แตกต่างจากธุรกิจ Data Service ธุรกิจ Data Center และธุรกิจการให้บริการติดตั้งโครงข่ายฯ ที่มีมาร์จิ้นเฉลี่ย 25% 45% และ17-20% ตามลำดับ (บริษัทวางนโยบายต้องรับงานที่มีมาร์จิ้นกว่า 15%)

“ปีนี้สัดส่วนรายได้สม่ำเสมออย่างธุรกิจ Data Service และธุรกิจ Data Center อาจอยู่ระดับ 40% ขณะที่สัดส่วนรายได้จากธุรกิจการให้บริการติดตั้งโครงข่ายฯ ที่เป็นการรับรู้เพียงครั้งเดียวจะอยู่ระดับ 60% แตกต่างจากปีก่อนที่มีรายได้จากงานสม่ำเสมอ 70% และงานรับรู้รายได้ครั้งเดียว 30%”

ในฝั่งของแผนการประมูลงานใหม่ๆ คาดว่าสิ้นเดือน ก.ย. หรือต้นเดือน ต.ค. 2561 บริษัทจะเข้าร่วมประมูล “โครงการอินเทอร์เน็ตชายขอบ” (USO NET) เฟส 2 มูลค่ารวม 20,000 ล้านบาท แบ่งเป็น 8 สัญญา คาดหวังจะชนะ 1-2 สัญญาในพื้นที่ภาคกลางและภาคใต้ มูลค่าสัญญาละประมาณ 2,500 ล้านบาท ซึ่งเป็นพื้นที่เดียวกับที่บริษัทเคยชนะโครงการอินเทอร์เน็ตชายขอบกลุ่มที่ 4 (ภาคกลาง – ภาคใต้) และกลุ่มที่ 5 (3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวม 4 อำเภอ จังหวัดสงขลา) มูลค่ารวม 1,746.01 ล้านบาท

“เราจะเริ่มรับรู้รายได้ USO NET เฟส 1 ปลายเดือน ก.ย. นี้  ซึ่งโครงการนี้จะหนุนรายได้เพิ่มปีละ 200 ล้านบาท ต่อเนื่องไป 5 ปี ฉะนั้นรายได้จาก Data Service จะเติบโตขึ้นเรื่อยๆ และหากชนะ 1 สัญญา เฟส 2 รายได้  Data Service จะเติบโตเฉลี่ย 40% ในปีหน้า ล่าสุดเราเพิ่งได้งานจากการประปาส่วนภูมิภาค และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม” เอ็มดี แจกแจง

สำหรับแผนเปิดให้บริการพื้นที่ดาต้าเซ็นเตอร์แห่งที่ 2 ขนาดพื้นที่ 624 Racks ภายใต้ชื่อ “โครงการ WHA Mega Logistics Center (ถนนบางนา-ตราด กม. 19) บริษัทวางเป้าหมายว่า ตั้งแต่ปี 2561-2563  ต้องเปิดบริการพื้นที่เฉลี่ยปีละ 30% ล่าสุดได้เปิดให้บริการพื้นที่ดาต้าเซ็นเตอร์กับธนาคารทหารไทยแล้วในเดือน ก.ย. 2561 สัดส่วน 20% ของพื้นที่ทั้งหมด (บริษัทรับรายได้จากธนาคารทหารไทยเฉลี่ยเดือนละ 200 ล้านบาท) และในเดือน พ.ย. นี้ จะเปิดให้บริการพื้นที่กับกรมที่ดิน สัดส่วน 10% ของพื้นที่ทั้งหมด

โครงการ WHA Mega Logistics Center ดำเนินการผ่าน บริษัท เจเนซิส ดาต้า เซ็นเตอร์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนที่เกิดจากการร่วมมือระหว่าง บมจ. ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น หรือ WHA และบมจ. แอ็ดวานซ์ อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี หรือ AIT หลังพื้นที่ดาต้าเซ็นเตอร์แห่งแรกขนาด 348 Racks ที่สร้างรายได้ให้บริษัทปีละ 80 ล้านบาท ให้บริการเต็มหมดแล้ว

จุดเด่น Data Center แห่งที่ 2 นอกจากจะได้การรับรองมาตรฐานจากสถาบัน Uptime ซึ่งเป็นมาตรฐานระดับโลก ทั้งในด้านการออกแบบ (Design Documents) และด้านการก่อสร้าง (Constructed Facility) ยังเป็น Data Center เพียงไม่กี่แห่งในประเทศไทยที่ได้รับการรับรองคุณภาพและความมั่นคงปลอดภัยตามมาตรฐานสำคัญระดับสากล  ขณะเดียวกันยังสามารถขยายได้ตามความต้องการของลูกค้า ที่สำคัญเราก่อสร้าง Data Center แห่งนี้เอง ทำให้สามารถควบคุมต้นทุนการสร้างต่อยูนิตได้ แตกต่างจากเจ้าอื่นที่จ้างคนอื่นก่อสร้าง 

โจทย์ท้าทายช่วง 3 ปี

1080-x-1080-FB-Event-mao2

กรรมการผู้จัดการ เล่าถึงแผนธุรกิจในช่วง 3 ปีข้างหน้าว่า ในแง่ของผลประกอบการ ตั้งเป้าหมายแบบอนุรักษ์นิยมว่า รายได้รวมต้องขยายตัวปีละ 20% แต่เชื่อว่า ทำได้มากกว่านั้น ส่วนในแง่ของลูกค้ารายใหม่ๆ ที่ผ่านมาให้ความสำคัญกับลูกค้ากลุ่มเอกชน สัดส่วนเฉลี่ยกว่า 80% ที่เหลือเป็นลูกค้ากลุ่มรัฐบาลเฉลี่ย 12% โดยลูกค้ารัฐที่บริษัทพึ่งพิงรายได้มากที่สุด คือ กสทช. หลังชนะการประมูล USO NET เฟส 1

แต่ตอนนี้กำลังสนใจกลุ่มลูกค้ารัฐบาลขนาดใหญ่ที่มีจำนวนสาขามากๆ ล่าสุดอยู่ระหว่างการเจรจา หากไม่มีอะไรผิดพลาด ในช่วงไตรมาส 1 ของปี 2562 อาจได้เห็นความคืบหน้า ตอนนี้บอกได้เพียงว่า อยากหารายได้จากลูกค้ากลุ่มนี้ให้ได้ปีละประมาณ 150 ล้านบาท….

ขณะเดียวกันยังมีแผนจะหาพื้นที่ดาต้าเซ็นเตอร์แห่งใหม่ เพราะในปี 2563 พื้นที่แห่งที่ 2 จะเต็ม ส่วนธุรกิจ Data Service ตั้งใจจะผลักดันการเติบโตเฉลี่ยปีละ 40% สำหรับงานติดตั้งโครงข่ายโทรคมนาคมจะพยายามรักษาฐานที่ปีละ 300-400 ล้านบาท

มีเรื่องอะไรที่ทำให้เดินตามแผนไม่ได้หรือไม่ ? เขาตอบว่า แม้บริษัทจะไม่ใช่ผู้เล่นเพียงคนเดียว และไม่ใช่เบอร์หนึ่งในตลาด แต่เราไม่เป็นสองรองใคร เพราะองค์กรแห่งนี้มีความได้เปรียบในหลากหลายเรื่อง ล่าสุดได้ปรับสัญญารับงานลูกค้า จาก 18 เดือน เป็น 22 เดือน เพื่อให้บริษัทมีฐานะการเงินที่มั่งคงในระยะยาว ฉะนั้นไม่มีอะไรต้องเป็นห่วง

“แม้เมืองไทยจะมีผู้ประกอบการธุรกิจให้บริการโครงข่ายใยแก้วนำแสงและให้บริการติดตั้งโครงข่ายประมาณ 7-8 ราย เช่น True, AIS, TOT, CS LOXINFO และ CAT เป็นต้น แต่ธุรกิจของเรามีความแข็งแกร่งสามารถมัดใจลูกค้าได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความรวดเร็วในการติดตั้ง หรือคุณภาพการให้บริการ เป็นต้น” คุณณัฐนัย สรุปทิ้งท้ายบทสนทนา

BLS ประเมินฐานะ ITEL  ปี 61-62    

1080-x-1080-FB-Event-mao3

บทวิเคราะห์หลักทรัพย์บัวหลวง ระบุว่า ภายใต้สมมุติฐานอนุรักษ์นิยม (ไม่รวมงาน USO NET ที่จะประมูลเพิ่ม) เราคาดการณ์กำไรปี 2561-2563 จะอยู่ระดับ 136 ล้านบาท 161 ล้านบาท และ 192 ล้านบาท  เติบโตเฉลี่ย 19% ต่อปี  และหากบริษัทได้งาน USO NET เฟส 2 เข้ามาเพิ่ม จะช่วยหนุนให้เห็นภาพผลประกอบการ 3 ปีข้างหน้าอย่างชัดเจน

โดยเราทำ Scenario analysis เป็น 2 กรณี คือ 1. ได้ USO NET เพิ่ม 1 สัญญา คาดกำไรจะโตเฉลี่ย 26% ต่อปี  โดยในปี 2562-2563 จะมีกำไรระดับ 192 ล้านบาท และ 215 ล้านบาท ตามลำดับ 2. ได้ USO NET เพิ่ม 2 สัญญา คาดกำไรจะโตเฉลี่ย 36%ต่อปี ซึ่งอาจมีกำไร 215 ล้านบาท และ 250 ล้านบาท ในปี 2562-2563 ตามลำดับ

itel

ที่มา : บทวิเคราะห์หลักทรัพย์บัวหลวง ฉบับวันที่ 11 ก.ย. 2561

สัปดาห์หน้า “เม่าจำไม By Bualuang” จะพาเหล่านักลงทุนไปซอกแซกเรื่องลงทุน บุคคลน่าสนใจ หรือ  วาไรตี้สุดฮิปที่ไหน รอติดตาม รับรองเอ็กซ์คลูซีฟเหมือนเคย…

บทความนี้เป็นประโยชน์กับท่านหรือไม่

แสดงความคิดเห็น