ทำไมต้องทำ “แบบทบทวนข้อมูลนักลงทุน” ?

ถึงเวลารับสายจากเจ้าหน้าที่การตลาดเพื่อสอบถามข้อมูลและทบทวนข้อมูลของนักลงทุนอีกแล้ว…ทำไมกันนะ? 

ปัจจุบัน “ภัยก่อการร้าย” ถือเป็นภัยคุกคามที่ระบาดไปทั่วโลก หลายประเทศจึงหันมาให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ ประเทศไทยของเราก็เช่นเดียวกัน ตั้งแต่ในระดับคณะรัฐมนตรีซึ่งได้มีมติให้ความเห็นชอบมาตรการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและการต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย ที่เสนอโดยคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. และในระดับหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีหน้าที่ต้องไปออกประกาศกฎเกณฑ์ให้เหมาะสมกับประเภทธุรกรรมของสถาบันการเงินที่ตนเองกำกับดูแล ซึ่งก็รวมถึง ก.ล.ต. ในฐานะผู้กำกับดูแลการทำธุรกรรมในตลาดทุน

โดย ก.ล.ต. ได้ออกประกาศซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 16 มีนาคม 2550 กำหนดเกณฑ์ให้บริษัทหลักทรัพย์และบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนต้องมีวิธีปฏิบัติที่จะทำให้ทราบถึงตัวตนที่แท้จริงของลูกค้า รวมถึงคอยสอดส่องเพื่อดูว่า มีใครที่ประสงค์ไม่ดีจะมาใช้ตลาดทุนเป็นช่องทางในการฟอกเงินหรือสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายหรือไม่ ถ้าสงสัยว่ามี ก็ต้องรายงานธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัยสงสัยต่อ ปปง. ทันที ซึ่งกระบวนการที่จะทำให้ทราบถึงตัวตนที่แท้จริงของลูกค้าก็เป็นส่วนหนึ่งของการที่ บล. ต้องทำความรู้จักกับลูกค้า (หรือ Know your Client – KYC) และการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า (หรือ Client Due Diligence – CDD) ประจำปี

อ้างอิงข้อมูลจาก สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ คลิกที่นี่

 

“การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน” แล้วรู้ได้อย่างไรว่าการลงทุนเหมาะกับเราหรือไม่?

ก.ล.ต. มีแนวคิดที่จะกำหนดให้ธุรกิจหลักทรัพย์จัดทำแบบประเมินความสามารถในการรับความเสี่ยง (“suitability test”) สำหรับการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ประเภทหุ้นและตราสารหนี้ เพื่อให้ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ (บริษัทหลักทรัพย์และธนาคารที่มีใบอนุญาต) ให้คำแนะนำหรือนำเสนอสินค้าการลงทุนที่เหมาะสมกับความต้องการของผู้ลงทุนภายใต้ความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนยอมรับได้ โดยให้ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ต้องทำความรู้จักลูกค้าก่อนที่จะจำหน่ายสินค้า ซึ่งกรณีเป็นลูกค้ารายย่อย ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ต้องจัดให้มีข้อมูลหรือเอกสารหลักฐานอย่างเพียงพอที่จะทำให้ทราบถึงวัตถุประสงค์ในการลงทุนของลูกค้าและระดับความรู้ความเข้าใจที่ลูกค้ามีเกี่ยวกับสินค้าที่จะลงทุน

และควรอัพเดทข้อมูลด้านการยอมรับความเสี่ยงทุก 2 ปี เพื่อให้การลงทุนเป็นไปอย่างเหมาะสมกับเรามากที่สุด เนื่องจาก
ความเสี่ยงที่ยอมรับได้สามารถเปลี่ยนแปลงตามสถานะของตัวเราไม่ว่าจะเป็นอายุ รายได้ หรือแม้แต่ทัศนคติในการลงทุน เช่น เราอาจรับความเสี่ยงได้น้อยลงเมื่ออายุมากขึ้น

 

อ้างอิงข้อมูลจาก สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ คลิกที่นี่

Article Attachments

บทความนี้เป็นประโยชน์กับท่านหรือไม่

แสดงความคิดเห็น