มารู้จักและใช้ MACD ให้เป็น!!

MACD บ้างก็อ่านตรงๆ ว่า เอ็ม เอ ซี ดี …บ้างก็เรียกสั้นๆ ว่า แม็ค ดี แต่ชื่อเรียกเต็มของเครื่องมือนี้คือ “Moving Average Convergence Divergence” …เป็นเครื่องมือทางเทคนิคที่ถูกสร้างและพัฒนาขึ้นนานมาแล้ว ตั้งแต่สมัยปี 1979 แล้ว MACD นั้นบอกอะไรเราได้หลายๆ อย่าง …ไม่ว่าจะเป็นแนวโน้มของราคายังคงเข้มแข็งต่อเนื่องหรืออ่อนแรงลง และยังบอกเราถึงจังหวะนี้ต้อง BUY หรือจังหวะไหนต้อง SELL ได้อีกด้วย …อีกทั้งยังเป็นเครื่องมือที่ใช้วัดความแรงของตลาดได้ว่าเป็น ภาวะกระทิงขวิดขาขึ้น (BULL) หรือ ภาวะหมีตบลง (BEAR)

ส่วนผสมของ MACD มีอะไรบ้าง ?

เป็นเครื่องมือค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ โดยประกอบไปด้วยเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 2 เส้น ดังนี้… EMA (12) วัน – EMA (26) วัน วิ่งตัดขึ้นลงกับเส้น Signal Line EMA (9) วัน

ใช้ MACD อย่างไรให้เป็น ?

  • ค่า MACD มีค่าเป็นบวก วิ่งตัดอยู่เหนือเส้น Signal Line ขึ้นไป …แสดงถึงราคาหุ้นที่มีแนวโน้มสูงขึ้น นั่นแหละคือจังหวะการเข้าซื้อ (BUY Signal)
  • ค่า MACD มีค่าเป็นบวก วิ่งตัดอยู่ใต้เส้น Signal Line ลงมา …หุ้นตัวนั้นๆ มีแนวโน้มชะลอการขึ้น ปรับตัวลงสั้นๆ หรือเกิดการ Divergence !!
  • ค่า MACD มีค่าเป็นลบ วิ่งตัดใต้เส้น Signal Line ลงมา …ราคาหุ้นมีแนวโน้มลดลง เป็นจุดออกบอกว่าต้องเผ่น (SELL Signal)
  • ค่า MACD มีค่าเป็นลบ วิ่งเหนือเส้น Signal Line ขึ้นไป …ราคาหุ้นมีแนวโน้มชะลอตัวลง อาจมีการปรับขึ้นระยะสั้นๆ หรือเกิดการ Divergence เช่นกัน…

Convergence คืออะไร ?

สัญญาณร่วมทาง …เป็นการนำ Indicator มาเปรียบเทียบกับการเคลื่อนไหวของราคาหุ้น เข้าใจง่ายๆ ว่า ราคาหุ้น และ Indicator เคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกัน ขึ้นก็ขึ้นคู่ ถ้าจะลงก็ลงคู่เหมือนกัน แบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ คือ…

  • Bullish Convergence เกิดขึ้นในช่วง Trend แนวโน้มขาขึ้น ราคาหุ้นปรับตัวสูงขึ้น โดยทำจุดสูงใหม่ในเเต่ละครั้ง หรือเรียกว่า ยกหัว ยกตูด เคลื่อนไหวภายใต้ทิศทางเดียวกันกับ Indicator ซึ่งก็ทำจุดสูงใหม่ ยกหัวยกตูด เหมือนกัน…
  • Bearish Convergence เกิดขึ้นในภาวะแนวโน้มขาลง ราคาหุ้น และ Indicator เคลื่อนไหวปรับตัวลงไปในทิศทางเดียวกัน โดยมีการทำจุดต่ำสุดของราคาในเเต่ละครั้ง หรือเรียกว่า หัวเตี้ย ตูดเตี้ย…นั้นเอง

Divergence คืออะไร ?

เป็นการเคลื่อนไหวของกราฟทางเทคนิคที่ สวนทางกันหรือขัดแย้งกันระหว่าง ราคา และ Indicator ซึ่ง Divergence จะถูกแบ่งตามความเข้าใจเป็น 2 ประเภท คือ Bullish Divergence และ Bearish Divergence …

  • Bullish Divergence เป็นรูปแบบการเคลื่อนไหวของราคาที่ฟอร์มตัวลง ทำจุดต่ำใกล้กับจุดต่ำสุดก่อนหน้า แต่ Indicator ปรับตัวขึ้นทำจุดต่ำสูงขึ้น …แนวโน้มขาลงของราคาหุ้นใกล้สิ้นสุดลง และอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงแนวโน้มเป็นขาขึ้น เหมือนกับ Indicator ที่ทำจุดสูงขึ้น…

macd1

  • Bearish Divergence เป็นรูปแบบการเคลื่อนไหวของราคาที่ปรับตัวสูงขึ้น อยู่ในแนวโน้มขาขึ้น แต่ Indicator วิ่งลง ปรับตัวลง แสดงว่า แนวโน้มขาขึ้นของราคาใกล้สิ้นสุดแล้ว …เช่นกันอาจมีการเปลี่ยนแปลงแนวโน้มสู่ขาลง เหมือนกับ Indicator ทำจุดสูงสุดเตี้ยลง…

macd

หลักการเข้าใจง่ายๆ คือ เมื่อไรก็ตามที่ ราคาเคลื่อนไหวขัดแย้งกับ Indicator …

สุดท้ายแล้วราคาจะเปลี่ยนแนวโน้มเคลื่อนไหวตามทิศทางของ Indicator เอง

บทความนี้เป็นประโยชน์กับท่านหรือไม่

14 ความคิดเห็นสำหรับบทความนี้

  1. Anonymous

    เส้นเหล่านี้จะหาดูจากไหน ผมใช่มือถือระบบแอนดรอยเล่นหุ้นครับ

    1. OIC

      เบื้องต้นสามารถใช้งานผ่านทาง Streaming > เลือกเมนู Technical Chart หรือ เข้าใช้งานผ่าน App Aspen Bualuang Trade > เลือกเมนู Chart ได้เลยค่ะ

แสดงความคิดเห็น