HomePro S สาขาปั๊มเงิน HMPRO

โอ้โห!!! ขออุทานดังๆ ให้กับ หุ้น โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ หรือ HMPRO เพราะตั้งแต่ต้นปี 2560 จนถึงปัจจุบันราคาหุ้นพุ่งพรวดแล้ว 39.22% จาก “จุดต่ำสุด” 9.15 บาท (ตัวเลข ณ วันที่ 18 ก.ค. 2560) ขึ้นมาสัมผัส “จุดสูงสุด” 15 บาท (ตัวเลข ณ วันที่ 24 ม.ค. 2561) ขณะที่ “กำไรสุทธิ” ในปี 2560 ก็ขยับตัวขึ้น 18.45% จากสิ้นปี 2559 ที่มีกำไรสุทธิ 4,125 ล้านบาท

หนึ่งในหลากหลายจุดเด่นขององค์กรแห่งนี้ คงหนีไม่พ้น  “การขายสินค้าพ่วงเซอร์วิส” ปัจจุบันมีสัดส่วนเฉลี่ย 30% ของยอดขายรวม สอดคล้องกับคอนเซ็ปต์  HMPRO ที่ว่า “เราชอบเซอร์วิส” ล่าสุดบริษัทได้เปิดบริการ Home Service Application ซึ่งเป็นช่องทางในการติดต่อสื่อสาร เพื่อซื้อการบริการ Home Service ผ่าน Mobile App ครอบคลุมงานบริการมากกว่า 40 การบริการ

อ่านมาถึงตรงนี้ หลายคนอาจอยากรู้ต่อว่า ตลอดปี 2561 HMPRO วางแผนจะผลักดันฐานะการเงินไปในทิศทางใด “เม่าจำไม By Bualuang Securities” จะเล่าให้ฟัง

สถานการณ์ค้าปลีกในปี 2561 ดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา…

จากการสนทนาแบบเอ็กซ์คลูซีฟสุดๆ กับ “คุณ คุณวุฒิ ธรรมพรหมกุล” กรรมการผู้จัดการ บมจ. โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ ได้ความว่า สถานการณ์ค้าปลีกในปี 2561 คงดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา หลังเศรษฐกิจในประเทศฟื้นตัวชัดเจน หนุนโดยการท่องเที่ยว และส่งออกที่ปรับตัวดีขึ้น ขณะที่ภาครัฐเริ่มมีการลงทุนมากขึ้น แต่การฟื้นตัวของภาวะเศรษฐกิจยังไปไม่ทั่วถึงทุกพื้นที่ โดยเฉพาะจังหวัดที่มีการพึ่งพิงราคาพืชผลทางการเกษตร

“HMPRO มีสาขากระจายตัวอยู่ทั่วประเทศ ทำให้จับทางได้ว่า จังหวัดไหนขายดี จังหวัดไหนขายไม่ดี และต้องทำการตลาดอย่างไร ท่ามกลางสถานการณ์เช่นนี้”

เมื่อการฟื้นตัวยังไปไม่ทั่วถึงทุกพื้นที่ของเมืองไทย ในปีนี้เราจึงเน้นเปิดสาขาใหม่ในพื้นที่กรุงเทพฯและหัวเมืองใหญ่เหมือนปีก่อน แต่จะเทน้ำหนักไปใน “สาขา HomePro S” ตามแผนจะเปิดประมาณ 8 แห่ง ต่อเนื่องจากปีก่อนที่เปิดไปแล้ว 1 แห่ง ที่สาขาเกตเวย์ เอกมัย และได้มีการปรับรูปแบบสาขาของ HomePro Living มาเป็น HomePro S จำนวน 2 แห่งที่เดอะพาซิโอ ลาดกระบัง และเทอมินอล โคราช

pic_hmpro

ข้อดีของสาขา HomePro S คือ 1. ใช้ขนาดพื้นที่เพียง 1-2 พันตารางเมตร  2. ใช้เงินลงทุนต่ำ 3. ได้รับผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) เร็ว และ 4. ขายสินค้าได้เท่ากับสาขาใหญ่ ผ่านระบบข้อมูลสินค้า (e-Catalog) และระบบออนไลน์ เป็นต้น

ส่วนแผนการขยายสาขา HomePro ในประเทศ ขนาดพื้นที่ประมาณ 7 พันตารางเมตร ตลอดปี 2561 คงเปิดสาขาใหม่ได้ประมาณ 1-2 แห่ง ต่อเนื่องจากปีก่อนที่เปิดสาขาใหม่ในสาขาโลตัส บางแค สำหรับแผนขยายสาขา Mega Home ปีนี้คงจะเปิด 1 สาขา ต่อเนื่องจากปี 2560 ที่เปิดไปแล้ว 1 สาขาในจังหวัดเชียงราย

เป้าหมายระยะยาว เรายังคงเดินหน้าขยายสาขาใหม่อย่างต่อเนื่อง แต่อาจปรับเปลี่ยนรูปแบบการเปิดสาขาตามสถานการณ์ต่างๆ ตามแผนงานในปี 2563 ยังคงยืนยันจะเปิดสาขา HomePro ให้ครบ 95-100 สาขา ครอบคลุมเขตกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ขณะเดียวกันยังขยายสาขา Mega Home ให้ครบ 15-20 สาขา และเปิดสาขาในประเทศมาเลเซียในครบ 8-10 สาขา

สำรวจ “แผนโกอินเตอร์”

ปัจจุบันเปิดสาขาโฮมโปร ประเทศมาเลเซียไปแล้ว 6 แห่ง ถือเป็นสาขาต่างประเทศแห่งแรกของบริษัท ตอนนี้อยู่ในช่วงของการเรียนรู้ และเอาชนะอุปสรรคขนาดใหญ่ เช่น การกระตุ้นทีมงานให้สร้างความแตกต่าง เพราะพนักงานส่วนใหญ่เป็นคนมาเลเซีย จีน และอินเดีย

ฉะนั้นยังไม่มีแผนขยายสาขาเพิ่มเติมในปีนี้ ปัจจุบันทั้ง 6 สาขามีกำไรแล้ว แต่ภาพรวมของบริษัทที่ดำเนินธุรกิจในมาเลเซียยังคงขาดทุน เพราะมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างมาก คาดว่าภายในปีนี้จะเดินทางมาถึง “จุดคุ้มทุน” และพลิกเป็น “กำไร” ได้อย่างแน่นอน

ก้าวต่อไปของการขยายสาขาในต่างแดน ตอนนี้กำลังเล็ง “ประเทศเวียดนาม” เพราะกฎระเบียบมีความชัดเจนกว่าประเทศอื่นๆในแถบ AEC ที่สำคัญอยู่ใกล้เมืองไทย ทำให้มอนิเตอร์ได้ง่าย และตลาดมีขนาดใหญ่ (ประชากร 90 ล้านคน) ที่สำคัญวิถีชีวิตคนรุ่นใหม่เปลี่ยนแปลงไป หลายคนเริ่มหันมาให้ความสำคัญชีวิตนอกบ้านมากกว่าชีวิตในบ้าน แตกต่างจากคนรุ่นก่อนที่ให้ความสำคัญกับชีวิตนอกบ้านมากกว่าในบ้าน

แผนการเติบโตนอกบ้านต่อจากนี้ คงเน้นลงทุนเองร้อยเปอร์เซ็นต์ เพื่อให้สามารถจัดการปัญหาต่างๆได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องรอผู้ถือหุ้นรายอื่นมาเห็นดีเห็นงามในทุกๆเรื่อง ก่อนหน้านี้มีนักลงทุนท้องถิ่นหลายรายมาชวนเราไปลงทุนด้วย เราก็อธิบายให้เขาฟังว่า ธุรกิจค้าปลีกเป็นงานระยะยาว หากขาดทุนขึ้นมาแล้วเราต้องเรียกเงินเพิ่มคุณจะรับได้หรือไม่

“แม้เราจะพยายามมองหาการเติบโตนอกบ้านอย่างต่อเนื่อง แต่เชื่อว่าในอีก 5 ปีข้างหน้า งานในบ้านยังคงสร้างเงินหลัก เมื่อเทียบกับงานต่างประเทศ เต็มที่งานนอกบ้านคงสร้างพอร์ตให้เราในระดับ 20%” คุณคุณวุฒิ กล่าวยืนยัน

financial-summary-hmpro

( ที่มา : บทวิเคราะห์ฉบับวันที่ 7 มี.ค. 2561 )

รุกตลาดออนไลน์

กรรมการผู้จัดการ เล่าว่า เรากำลังขะมักเขม้นกับการขยายงาน “ออนไลน์”  โดยจะดำเนินการ ผ่านบริการ “ออมนิแชแนล” (Omnichannel)  ซึ่งเป็นบริการที่ลูกค้าสามารถซื้อของออนไลน์แล้วรอรับสินค้าทางออฟไลน์ได้ง่ายๆ ถือเป็นการเชื่อมโยงการช้อปปิ้งระหว่างโลกออฟไลน์กับออนไลน์ได้อย่างไร้รอยต่อ คาดว่าจะเปิดให้บริการในช่วงกลางเดือนพ.ค.นี้

นอกจากนั้นยังดำเนินการ ผ่านบริการ “Home Service Application” ซึ่งเป็นแอพพลิเคชั่นที่จะให้บริการเรื่องบ้านแบบครบวงจร เปิดดำเนินการไปแล้วในช่วงเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา จุดเด่นของ Home Service คือ ออกแบบมาสำหรับผู้ใช้งานจริง และไม่จำกัดตัวอยู่เพียงลูกค้าของ HMPRO โดยจะมี “ทีมเถ้าแก่น้อย” กว่า 1,000 ทีม คอยให้บริการลูกค้าทั่วประเทศ ปัจจุบันมีลูกค้าเรียกใช้บริการแล้วเฉลี่ยวันละ 200-300 คิว

ปัจจุบันบริษัทมียอดขายออนไลน์เกือบ 1% หากแพลตฟอร์มทั้งหมดแล้วเสร็จ ยอดขายออนไลน์จะเติบโตขึ้นเรื่อยๆ เราหวังจะเห็นการขยายตัวเฉลี่ยปีละกว่า 50% ซึ่งคนที่เก่งที่สุดในโลกเกี่ยวกับการขายของผ่านออนไลน์ เขาทำยอดขายได้ระดับ 6%

“เรากำลังทำศูนย์กระจายสินค้าระบบหุ่นยนต์ กลางปี 2562 น่าจะเสร็จสมบูรณ์ การรุกขึ้นมาทำเรื่องเหล่านี้ ล้วนแล้วเพื่อรองรับยุค 4.0 และพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ที่สำคัญต้องการสร้างความสะดวกสบายให้กับลูกค้า”

คุณ คุณวุฒิ ทิ้งท้ายบทสนทนาว่า ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา เราพยายามปรับตัวให้เข้ากับทุกๆการเปลี่ยนแปลง หากใครเคยเดิน HomePro สาขารังสิต เมื่อหลายปีก่อนจะเห็นชัดว่า วันนี้มีหน้าหน้าตาเปลี่ยนไป 360 องศา นั่นเป็นเพราะเรามีความเข้าใจผู้บริโภคมากขึ้น และนั่นจึงเป็นที่มาที่ทำให้เรามี “บริการครบวงจร” (One Stop Shopping) โดยไม่จำกัดตัวอยู่เพียงการขายสินค้าเท่านั้น

ยกตัวอย่าง บริการ Home Makeover By Home Service ซึ่งเป็นบริการปรับปรุงที่อยู่อาศัยเดิม โดยไม่แตะต้องเสาเข็ม ซึ่งบริษัทดำเนินการมาแล้ว 2 ปีก่อน ปัจจุบันบริษัทรับสร้างบ้านในเมืองไทยแทบไม่มีใครแตกไลน์มาทำเรื่องเหล่านี้เพราะไม่คุ้มค่า แถมยังเป็นงานหิน ปัญหาเยอะ แต่เราเล็งเห็นโอกาส และความต้องการของลูกค้าจึงตัดสินใจโดดเข้ามาทำ ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้า

“หลายสิบปีที่ผ่านมา ผมทำงานแบบเดิม บางครั้งหนักกว่าเดิม แต่เราก็ยังได้เปรียบคนอื่น นั่นเป็นเพราะมีทีมงานที่มีประสบการณ์  และมีฐานลูกค้า 3.5 ล้านราย ซึ่งสมาชิกเหล่านี้สร้างยอดขายให้เรามากถึง 89% แถมสมาชิกยังแอคทีฟมากถึง 60%”

สัปดาห์หน้า “เม่าจำไม By Bualuang Securities” จะพาไปซอกแซกเรื่องลงทุน บุคคลน่าสนใจ หรือวาไรตี้สุดฮิปที่ไหน รอติดตาม รับรองเอ็กซ์คลูซีฟเวอร์…

บทความนี้เป็นประโยชน์กับท่านหรือไม่

แสดงความคิดเห็น