4 เคล็ดไม่ลับ…การเลือกหุ้นแบบบัฟเฟตต์

“วอร์เรน บัฟเฟตต์ … เน็ตไอดอลของนักลงทุน ในทุกยุคทุกสมัย”

ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่ มือเก่า มือเก๋า ต่างก็เคยได้ติดตามข่าวสาร การลงทุน ว่าบุคคลผู้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นตำนานคนนึง จะไปลงทุนอะไร ซื้อหุ้นตัวไหน มีมุมมองต่อตลาดหุ้นยังไงบ้าง นักลงทุนหลายคนต่างก็ต้องผงะ! หงายหลัง งงกันไปตามๆ กันเมื่อบัฟเฟตต์ ได้เข้าไปซื้อหุ้นของสายการบิน … หุ้นที่เขาเคยพูดว่า  “It’s been a death trap for investors.” หรือกับดักแห่งความตายของนักลงทุน…

“ผ่างงงง…!”

capture-20161118-111206

อยากรู้ใช่ไหม…ว่าเกิดอะไรขึ้น?

ถ้ามาถามผมว่าทำไม … อันนี้บอกเลยว่าก็ไม่ทราบเหมือนกันครับ (ฮาาาาา!) แต่เดี๋ยวก่อน! … ผมเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าบัฟเฟตต์เคยตอบคำถามนักลงทุนท่านหนึ่งในขณะที่มีการประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทเบิร์กไชร์แฮธาเวย์ (บริษัท Holding ที่บัฟเฟตต์เป็นเจ้าของ) เมื่อหลายปีก่อน นักลงทุนท่านนั้นได้ยกมือถามบัฟเฟตต์ว่า

“ลุงงง … ลุงช่วยบอกหน่อยได้ไหม ว่าลุงมีวิธีเลือกหุ้นยังไง ?

เอาแบบสรุปๆ เลยนะ”

บัฟเฟตต์ : “หนึ่ง … คุณต้องลงทุนในบริษัทที่คุณเข้าใจ”

การที่คุณจะเลือกลงทุนในหุ้นอะไรซักตัว มันควรจะเป็นหุ้นที่คุณเข้าใจเป็นอย่างดี คุณต้องรู้ว่าเขาทำมาหากินยังไง ซื้ออะไรมา ขายอะไรไป รู้ถึงที่มาของเงินแต่ละบาทที่บริษัททำได้ เข้าใจว่าเหตุการณ์ใดที่จะเป็นผลดีต่อบริษัทนั้น หรือปัจจัยใดที่จะทำให้บริษัทกำไรน้อยลง หรือขาดทุน … วันนี้คุณต้องลองถามคำถามตัวเอง ด้วยคำถามเหล่านี้ ถ้าคุณยังคงอ้ำๆ อึ้งๆ อยู่ บางทีคุณอาจจะยังไม่เหมาะกับการลงทุนในหุ้นดังกล่าว หรือไม่ก็ยังศึกษาข้อมูลไม่มากพอ

บัฟเฟตต์ : “สอง … บริษัทที่ลงทุนต้องมีความได้เปรียบคู่แข่ง”

DCA หรือ Durable Compettitive Advantage หรือความได้เปรียบในการแข่งขันอย่างยั่งยืน … บัฟเฟตต์บอกว่าสิ่งนี้จะทำให้บริษัทเป็นผู้ชนะในระยะยาวอย่างยั่งยืนได้ ไม่ว่าจะเป็นการที่บริษัทมีตราสินค้าที่เป็นที่รู้จักของผู้บริโภค หรือบริษัทมีเทคโนโลยี หรือความชำนาญเฉพาะตัวที่บริษัทคู่แข่งไม่มีหรือตามทันได้ยาก ไปจนถึงธรรมชาติของธุรกิจอย่างเช่น Facebook ทีทำธุรกิจด้านสื่อออนไลน์ แบบ Connection ที่สร้างเครือข่ายเชื่อมต่อผู้ใช้ไว้ด้วยกัน ทำให้มีแต่คนอยากมาใช้งาน…

“เราเล่น Facebook ไม่ใช่เพราะ Facebook ดี … แต่เราเล่นเพราะมีเพื่อนเราอยู่ในนั้น”

บริษัททีมี DCA แบบนี้จะเป็นบริษัทที่มักจะมี PE Ratio และ ROE สูงกว่าคู่แข่งอย่างเห็นได้ชัด แต่ต่อให้บริษัทดียังไง ถ้ามีราคาแพงเวอร์เกินไปก็ไม่เหมาะนะครับ ฉะนั้นไปอ่านข้อถัดไป

บัฟเฟตต์ : “สาม … บริษัทที่คุณลงทุนต้องมีราคาที่เหมาะสมกับมูลค่า”

ของดีถ้ามีราคาแพงไป ต่อให้ดียังไงก็อาจจะไม่เหมาะที่จะลงทุนเท่าไหร่ครับ และการที่คุณจะรู้ว่าราคาหุ้นที่คุณสนใจมันเหมาะสมกับมูลค่าที่แท้จริงหรือไม่ ต้องประเมินมูลค่า วิธีที่ Basic ที่สุดที่ผมได้เคยบอกไปก็คือการใช้ PE Ratio ในการดูความถูกแพง และประเมินมูลค่าหุ้น ว่าหุ้นที่คุณกำลังสนใจอยู่นั้นมีราคาซื้อขายกันสูงเกินกว่ามูลค่าที่ควรจะเป็นหรือเปล่า (เมื่อก่อนบัฟเฟตต์จะหาหุ้นที่ราคาต่ำกว่ามูลค่าที่ควรจะเป็นเท่านั้นแต่หลังๆ มาเหมือนจะหายาก เลยเอาหุ้นที่มีราคาเหมาะสมกับมูลค่าละกัน)

บัฟเฟตต์ : “สี่ … บริษัทที่ลงทุนต้องมีผู้บริหารที่มีความซื่อสัตย์”

บริษัททำธุรกิจดี กำไรดี เติบโตตลอด เรียกได้ว่าดีทุกอย่าง แต่ถ้าผู้บริหารไม่ดีนี้จบเลยนะครับ บับเฟตต์เคยให้ทรรศนะเรื่องนี้ไว้ว่า “ถ้าคุณยังคงลงทุนในหุ้นที่มีผู้บริหารไม่ซื่อสัตย์อยู่ละก็ … วันนี้คุณอาจไม่ได้รับผลกระทบอะไร แต่เชื่อเถอะว่า…วันนั้นจะมาถึง” เพราะผู้บริหารถือเป็นผู้ที่กำหนดทิศทางของบริษัท จะเดินไปทางไหน ทำธุรกิจอะไร ทำแบบไหน รวมไปถึงผู้บริหาร จะเป็นกลุ่มคนลำดับแรกๆ ที่จะรู้ถึงข้อมูลข่าวสารของบริษัทตัวเอง ฉะนั้นมันจึงเป็นเรื่องที่ยากมากที่จะไม่อาศัยโอกาสแบบนี้ในการแสดวงหาผลประโยชน์ โดยเฉพาะกับกลุ่มผู้บริหารที่มีธรรมาภิบาลต่ำ

เรื่องเหล่านี้บอกอะไรเราบ้าง?

บางคนอาจคิดว่า วอร์เรน บัฟเฟตต์ อาจจะหลงลืมคำพูดของตัวเองที่เคยให้ความเห็นเชิงลบเกี่ยวกับการลงทุนในหุ้นกลุ่มสายการบินไว้ ซึ่งจะจริงหรือไม่ผมก็ไม่อาจทราบได้อยู่แล้วครับ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมเชื่อคือ

“บัฟเฟตต์ไม่มีทางหลงลืมแนวคิดทางการลงทุน…ที่เขาได้แบ่งปันไว้ให้กับนักลงทุนทั่วโลกอย่างแน่นอน”

นั่นอาจทำให้ผมสรุปได้ว่า การที่เมื่อหลายสิบปีก่อนที่บัฟเฟตต์พูดไว้แบบนั้น อาจจะพูดเพราะเขายังไม่ได้เข้าใจในธุรกิจการบินจริงๆ เขาถึงได้ปฏิเสธที่จะลงทุนไม่ว่าหุ้นมันจะน่าสนใจหรือปรับตัวร้อนแรงแค่ไหน แต่วันนี้…วันที่บัฟเฟตต์ได้เข้าซื้อหุ้นสายการบินอเมริกันแอร์ไลน์  เดลต้าแอร์ และยูไนเต็ดคอนติเนนตัลโฮลดิงส์ นั่นอาจเป็นเพราะมันเข้าเงื่อนไขทั้ง 4 ข้อที่เขาได้เคยพูดไว้ …

สิ่งเหล่านี้ถือเป็นสิ่งยืนยันว่า “แม้แต่นักลงทุนผู้ยิ่งใหญ่ ก็ยอมที่จะขัดคำพูดตัวเองเพื่อไม่ให้ขัดกับปรัชญาการลงทุนที่ได้ตั้งไว้ และการลงทุนมันเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา แม้แต่หุ้นที่แย่ที่สุด อาจกลายเป็นหุ้นที่ดีที่สุดได้ในวันนึง และหุ้นที่ดีที่สุด … อาจกลายเป็นดอยที่สูงที่สุดได้ในวันนึงเช่นกัน”

ปริพรรห์ ปริยอุดมทรัพย์ CFP®

บทความนี้เป็นประโยชน์กับท่านหรือไม่

2 ความคิดเห็นสำหรับบทความนี้

แสดงความคิดเห็น