P/BV – ใครซื้อถูกกว่ากัน … ระหว่างฉันกับเจ้าของ?

FB_Newfeed_1200x627จากตอนที่แล้วที่เราได้พูดกันเรื่องของ PE Ratio ซึ่งเป็นอัตราส่วนในการเปรียบเทียบความถูกแพง โดยใช้ราคาหุ้นเทียบกับกำไรไปแล้ว วันนี้เราจะมาพูดกันต่อถึงอัตราส่วนอีกอันหนึ่ง ที่เรียกว่า Price to Book Value นั่นเองครับ

“ถ้า PE บอกว่าคุณซื้อหุ้นแล้วจะคืนทุนกี่ปี … P/BV จะบอกว่าคุณซื้อถูกหรือแพง กว่าเจ้าของเท่าไหร่”

P/BV จะเป็นการคำนวณโดยใช้ราคาหุ้นหารด้วยราคาหุ้นตามบัญชี ซึ่งในเรื่องของราคาหุ้นทุกคนคงหาได้ไม่ยากอยู่แล้ว แต่ตัวแปรที่เพิ่มเข้ามาใหม่นั่นคือ “มูลค่าหุ้นตามบัญชี” ตัวนี้แค่ดูชื่อก็รู้สึกตะหงิด ๆ และบางคนอาจจะคิดว่า “ตาย ๆ ตามบัญชี … ปวดหัวแน่ ๆ” ใจเย็นก่อนครับ เพราะมูลค่าหุ้นตามบัญชีนี่ไม่ใช่อะไรที่ยากเย็นซับซ้อนเลย วิธีที่จะหาเจ้าตัว “มูลค่าหุ้นตามบัญชี” ให้ได้นั้น “คุณจะต้องรู้จักส่วนประกอบของงบดุลก่อน” (ใครที่จู่ ๆ เปิดมาเจอตอนนี้ แล้วงง ๆ ให้ย้อนไปดูตอน “งบการเงิน” เรื่องง่ายๆ ที่คุณก็รู้) โดยงบดุลจะประกอบไปด้วย สินทรัพย์ หนื้สิน และส่วนของเจ้าของ (ส่วนของทุน) ซึ่งมูลค่าหุ้นตามบัญชีจริง ๆ แล้วก็คือ “ส่วนของเจ้าของ + กำไรสะสม และคิดเป็นต่อหุ้น” นั่นเองครับ เพื่อที่จะหาว่าส่วนของทุนหรือส่วนของเจ้าของที่มีอยู่ตอนนี้ มันคิดเป็นมูลค่าต่อหุ้น หุ้นละกี่บาท โดยตัวเลขนี้จะเป็นตัวที่เอามาหารกับราคาหุ้นตามสูตรที่ผมได้บอกไปตอนต้นครับ

capture-20161021-090339

อย่างในตัวอย่างแรก ราคาหุ้นเท่ากับ 10 บาท และมูลค่าหุ้นตามบัญชีคือ 8 บาท ค่า P/BV ที่ได้ออกมาจึงเท่ากับ 1.25 เท่าซึ่งความหมายจริง ๆ ก็คือ

“ถ้าเจ้าของมีหุ้นมูลค่า 1 บาทต่อหุ้น วันนี้คุณจะซื้อหุ้นตัวนี้แพงกว่าเจ้าของ 25 สตางค์”

หรือในกรณีที่ซื้อถูกกว่า…

capture-20161021-090415

ทีนี้ลองมาดูตัวอย่างที่ 2 ครับ ราคาหุ้น 10 บาทเช่นเดียวกัน แต่หุ้นตัวนี้มีมูลค่าหุ้นตามบัญชี เท่ากับ 12 บาทต่อหุ้น ค่า P/BV ก็เท่ากับ 0.83 เท่า

“ถ้าเจ้าของมีหุ้นมูลค่า 1 บาทต่อหุ้น วันนี้คุณจะซื้อหุ้นตัวนี้ถูกกว่าเจ้าของ 17 สตางค์”

ถึงตรงนี้คุณจะเห็นว่าการดูอัตราส่วน P/BV นั้นก็มีส่วนคล้ายกับ PE Ratio คือ “เลือกที่ถูกดีกว่า” เพราะมันหมายถึงว่าหุ้นนั้นมีมูลค่าถูกกว่า ซึ่งการนำไปใช้คุณสามารถใช้เปรียบเทียบกับตลาด เทียบกับอุตสาหกรรม เทียบกับคู่แข่ง หรือเทียบกับ P/BV ในอดีตของตัวเองได้เช่นกัน

ข้อสังเกตสำคัญ

  1. อย่ามองข้ามหุ้น P/BV สูง ๆ – มูลค่าหุ้นตามบัญชี … ตามบัญชี … ตามบัญชี … ตามบัญชี!!! … อีกซักทีครับ “ตามบัญชี” ที่ผมต้องย้ำก็เพราะว่าการบันทึกมูลค่าตามบัญชีนั้น ทรัพย์สินบางอย่างมันก็ไม่สามารถตีค่าเป็นตัวเลขแล้วเอาไปใส่ในงบได้ ทำให้อันไหนที่มีลักษณะแบบนี้ ก็จะไม่มีการบันทึกลงในงบการเงิน … เช่น ความน่าเชื่อถือของตราสินค้า ยี่ห้อของบริษัท ความเก่งกาจของผู้บริหาร พนักงาน ซึ่งถ้าบริษัทไหนที่มีทรัพย์สินประเภทนี้เยอะ ๆ มูลค่าตามบัญชีก็จะต่ำ และอาจส่งผลให้ P/BV สูง และแน่นอน “ถ้าคุณเลือกหุ้นโดยดูแค่ P/BV และมองข้ามหุ้นที่มี P/BV สูง ๆ ไป … ไม่แน่ว่าคุณอาจกำลังมองข้ามโอกาสดีในการลงทุนก็ได้ครับ”

    “อย่างบริษัทเวิร์คพอยท์ (WORK) ก็ไม่เห็นจะมีคุณปัญญา คุณหม่ำ เท่ง โหน่ง อยู่ในงบดุล…”

  2. อย่าเลือกแต่หุ้น P/BV ต่ำ ๆ – เป็นธรรมดาของมนุษย์ ที่เมื่อเห็นของที่มี “มูลค่า” ต่ำ ๆ แล้ววิ่งเข้าหา แต่ในกรณี P/BV ต่ำ ๆ นั้น มันอาจจะต่ำด้วย 1. ธรรมชาติของอุตสาหกรรม ที่มักจะไม่ได้ซื้อขายกันที่ P/BV สูง ๆ 2. หุ้นตัวนั้นมันไม่ดีจริง จนถึงขั้นที่คนให้ค่ามันน้อยมาก และ 3. ต่ำมากเกินกว่าที่ควรจะเป็น (แบบนี้น่าสน) แต่การที่คุณจะรู้ว่าที่ควรจะเป็น มันเป็นเท่าไหร่นั้น มันต้องดูอัตราส่วนอื่น ๆ รวมถึงวิเคราะห์ข้อมูลด้านอื่นร่วมด้วยครับ
  3. หุ้นขึ้นลงด้วยกำไร … ไม่ใช่มูลค่าตามบัญชี – P/BV เหมาะแก่การใช้วิเคราะห์ความถูกแพงเบื้องต้นเท่านั้น ไม่ได้บอกว่าน่าซื้อ น่าขาย ดีหรือไม่ดี เพราะ P/BV คำนึงถึงมูลค่าหุ้นตามบัญชีเป็นหลัก ซึ่งในความเป็นจริงแล้วเวลาหุ้นขึ้นหรือลง มันไม่ได้ขึ้นลงตามมูลค่าตามบัญชี แต่มันขึ้นลงด้วยกำไร ถ้าบริษัทนั้นทำธุรกิจเก่ง มีกำไรเพิ่มขึ้น หุ้นก็ต้องขึ้นแน่นอน แม้ว่ามูลค่าหุ้นตามบัญชีจะลดลงก็ตาม

พิเศษสำหรับเหล่า The Stock Master 2016 สามารถเรียนกันแบบเต็มๆ 10 เคล็ดลับพื้นฐานและเทคนิค คลิกที่นี่ 

ปริพรรห์ ปริยอุดมทรัพย์ AFPT™

บทความนี้เป็นประโยชน์กับท่านหรือไม่

แสดงความคิดเห็น