“Candlestick” บอกอะไร ? (ตอนที่ 2)

สำหรับคนที่ทำงานประจำ ไม่มีเวลาเฝ้าหน้าจอ จะมานั่งเล่นสั้น เก็งกำไร เข้าเร็วออกเร็ว คงดอยน่าดู !!

วันนี้เราจึงมาพูดถึง กราฟทางเทคนิค ในรูปแบบ Medium – term Pattern และ Long – term Pattern กันนะคะ

Medium – term Pattern หรือ Classic Pattern เป็นรูปแบบที่นิยมใช้กับการลงทุนในระยะยาวขึ้น โดยทั่วไปจะมากกว่า 12 – 30 วัน และ สามารถใช้รูปแบบ ตั้งแต่ Medium ถึง Long – term ในบางรูปแบบได้ !!

มี Pattern ไหนบ้าง…มาลุยกัน !!

Double Bottom รูปแบบการกลับตัวจากลงเป็นขึ้น

Double bottom

ลักษณะ : รูปแบบราคาที่เกิดจุดต่ำสุดสองครั้งในระดับใกล้เคียงกันและไม่ทำ low ใหม่ เกิดจากการที่เป็นขาลงมาก่อน และราคาพักตัวสร้างฐานเพื่อกลับทิศเป็นขึ้น

แนวโน้ม : หากแท่งเทียนปรับตัวขึ้นทะลุเส้น Neckline มีโอกาสปรับตัวเป็นขาขึ้น

 

Double Top  รูปแบบการกลับตัวจากขึ้นเป็นลง

Double top

ลักษณะ : รูปแบบราคาที่เกิดจุดสูงสุดสองครั้งในระดับใกล้เคียงกัน และไม่ทำ High ใหม่ มักเกิดใกล้จุดจะสิ้นสุดขาขึ้น

แนวโน้ม : หากแท่งเทียนปรับตัวลงทะลุเส้น Neckline มีโอกาสปรับตัวเป็นขาลง

 

Head & Shoulders รูปแบบการกลับตัวจากขึ้นเป็นลง

1

ลักษณะ : รูปแบบที่เกิดจากการพักและแกว่งตัวของราคาในขาขึ้น มีจุดสูง 3 จุดคือ ไหล่ซ้าย หัว และ ไหล่ขวา แรงซื้อที่ลดลงทำให้ไหล่ขวาไม่สามารถทำจุดสูงใหม่ได้ จุดเฝ้าระวังคือการทะลุเส้น Neckline ลงมา

แนวโน้ม : สัญญาณขายเกิดเมื่อราคาปรับตัวลงทะลุ เส้น Neckline ช่วยบ่งบอกการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่แนวโน้มขาลง

 

Head & Shoulder Reversal รูปแบบการกลับตัวจากลงเป็นขึ้น

2

ลักษณะ : รูปแบบที่เกิดจากการสร้างฐานของราคาในขาลง มีจุดต่ำ 3 จุดคือ ไหล่ซ้าย หัว และ ไหล่ขวา Low ของส่วนหัวจะต่ำที่สุด จุดเฝ้าระวังคือการทะลุเส้น Neckline ขึ้นมาเพื่อยืนยันการเกิด Pattern

แนวโน้ม : สัญญาณซื้อเกิดเมื่อราคาปรับตัวขึ้นทะลุ เส้น Neckline ช่วยบ่งบอกการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้น

ถ้าไม่เกิดการฝึกฝนบ่อยๆ นานไปก็ลืม รู้ไปก็เท่านั้น…

ความชำนาญจึงเกิดจาก ศึกษาจนเข้าใจในหลักการ สามารถวิเคราะห์ได้ นำไปใช้จริง !!

“Candlestick” บอกอะไร ? (ตอนที่ 1)

บทความนี้เป็นประโยชน์กับท่านหรือไม่

แสดงความคิดเห็น