แกะรอยเส้นทางโต “BEM”

หรือว่าเหล่านักลงทุนจะกังวลเรื่องสัมปทานทางด่วนขั้นที่ 2 (SES) ที่สัญญากำลังจะหมดอายุในปี 2563 ของ บมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ (BEM) หลังราคาหุ้น BEM นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันยังคงอยู่ใน “แดนลบ” แม้ภาพรวมธุรกิจตลอดปี 2561 จะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง

หากคุณเป็นหนึ่งในนักลงทุนที่กำลังมองหาจังหวะเข้าลงทุนหุ้น BEM แต่ใจยังไม่กล้าพอ.. “เม่าจำไม By Bualuangจะพาไปคลายความกังวล ผ่านบทสนทนาของ คุณสุทธิดา สุขะนินทร์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการนักลงทุนสัมพันธ์ และคุณธนาวัฒน์ วรรณดิษฐ์ ผู้จัดการนักลงทุนสัมพันธ์ BEM ที่ควงคู่กันมางาน BEM Roadshow @ Bualuang ณ Bualuang Investment Station

bem-2

คุณสุทธิดา รับอาสาไขข้อข้องใจเรื่องสัมปทานทางด่วน SES ว่า บริษัทมั่นใจว่า ทางพิเศษแห่งประเทศไทย (EXAT) จะอนุมัติให้ BEM ต่ออายุสัมปทาน คาดว่าจะรู้ผลภายในปี 2562 หลังบริษัทได้ยื่นจดหมายแสดงเจตจำนงไปยังทางพิเศษแห่งประเทศไทย เมื่อปี 2558 ซึ่ง BEM มีสิทธิที่จะต่อสัญญาระยะเวลา 10 ปี (ต่อได้ 2 ครั้ง รวมเป็น 20 ปี)

ในฐานะที่ BEM เป็นบริษัทเอกชน 1-2 รายที่มีสัมปทานทางด่วนรายใหญ่ในเมืองไทย เราวางแผนจะเข้าประมูลสัญญา O&M สำหรับมอเตอร์เวย์สายบางปะอิน-นครราชสีมา และสายบางใหญ่-กาญจนบุรี คาดว่า กรมทางหลวงจะเปิดประมูลในช่วงปลายปีนี้

“ที่ผ่านมา BEM พยายามหารายได้จากทางด่วนเพิ่มเติมตลอด ด้วยการสร้างสรรค์เรื่องใหม่ๆอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันคนกรุงเทพมี 10 ล้านคน รถยนต์กรุงเทพมี 6 ล้านคัน (มอเตอร์ไซค์กรุงเทพมี 6 ล้านคัน) แต่มีคนขึ้นทางด่วนในระบบของเราเพียง 1.29 ล้านเที่ยวต่อวัน ฉะนั้นโอกาสทำเงินยังมีอีกมาก” เธอยืนยัน

ธุรกิจทางด่วน “เติบโตคงที่” แต่ยังมี “อัพไซด์”

นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์ ประจำหลักทรัพย์บัวหลวง แสดงความเชื่อมั่น ก่อนขยายความต่อว่า ผลการดำเนินงานในธุรกิจทางด่วนยังคง “เติบโต” ในระดับทรงตัวต่อเนื่อง โดยมีปริมาณการใช้ทางด่วนเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้น 2.9% ในปี 2560 ใกล้เคียงกับที่เติบโต 3.2% ในปี 2559 คาดว่า ตัวเลขดังกล่าวจะสูงขึ้น 1-2% ในปี 2561

หนุนโดยการใช้บริการทางพิเศษสายศรีรัช-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ  (เปิดให้บริการเมื่อเดือนส.ค. 2560) โดยการใช้บริการทางด่วนสายดังกล่าวขยับตัวขึ้น 25% จาก 3.9 หมื่นเที่ยว ในปี 2559 มาเป็น 4.9 หมื่นเที่ยวในปี 2560

สถิติปริมาณจราจร

“ธุรกิจทางด่วนของ BEM คงเติบโตต่อเนื่องไปอีก 2-3 ปีข้างหน้า” นักวิเคราะห์หลักทรัพย์บัวหลวงประเมิน  สอดคล้องกับเป้าหมายของ BEM ที่ว่า ในปี 2562 อาจมีผู้ใช้บริการทางพิเศษสายศรีรัช-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครประมาณ 8 หมื่นเที่ยว

เจาะลึกแผนงาน  “ธุรกิจระบบราง”

ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการนักลงทุนสัมพันธ์ เล่าว่า ปัจจุบัน BEM มีรายได้จากโครงการรถไฟฟ้ามหานครสายเฉลิมรัชมงคล (สายสีน้ำเงิน) ช่วงสถานีหัวลำโพง-สถานีบางซื่อ  ระยะทาง 20 กิโลเมตร และโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย (ช่วงที่ 1 สถานีบางซื่อ-สถานีเตาปูน) ซึ่งเปิดดำเนินการไปแล้วในเดือนส.ค. 2560 ประมาณปีละ 2,400 ล้านบาท

แต่หากรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ช่วงที่ 2 สถานีหัวลำโพง-สถานีหลักสอง ระยะทางประมาณ 14 กิโลเมตร และรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ช่วงที่ 3 สถานีเตาปูน-สถานีท่าพระ ระยะทางประมาณ 12 กิโลเมตร เปิดดำเนินการในเดือนก.ย. 2562 และเดือนมี.ค. 2563 ตามลำดับ บริษัทจะมี “รายได้จากรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินแตะระดับ 5,000 ล้านบาท

ขณะเดียวกันในแง่ของจำนวนผู้โดยสาร ก็จะเพิ่มขึ้นเช่นกัน จากปัจจุบันที่มีจำนวนผู้โดยสารเฉลี่ยตั้งแต่วันจันทร์-วันอาทิตย์ เกือบ 3 แสนเที่ยวต่อวัน เพิ่มเป็น 5.5 แสนเที่ยวต่อวัน ในช่วงเดือนมี.ค. 2564 โดยจำนวนผู้โดยสารของรถไฟฟ้าช่วงที่ 2 และ 3 จะเพิ่มขึ้นประมาณ 2 แสนเที่ยวต่อวัน (แบ่งเป็นช่วงละ 1 แสนเที่ยวต่อวัน)

สถิตจำนวนผู้โดยสาร

ปัจจุบัน BEM ไม่ได้มีรายได้จากรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินเท่านั้น แต่ยังมีรายได้จากค่าจ้างเดินรถไฟฟ้าและซ่อมบำรุงรักษาโครงการรถไฟฟ้ามหานครสายฉลองรัชธรรม (สายสีม่วง) ช่วงบางใหญ่-บางซื่อ ระยะทาง 22 กิโลเมตร อีกปีละประมาณ 1,800 ล้านบาท

เมื่อถามถึงแผนงานธุรกิจระบบรางตลอดปี 2561 เธอตอบว่า บริษัทมีแผนจะเข้าประมูลสัญญาดำเนินงานและซ่อมบำรุง โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงส่วนต่อขยาย (เตาปูน-ราษฎร์บูรณะ) และสายสีส้ม (ตะวันตก-ตะวันออก; ตลิ่งชัน-ศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี) บริษัทเชื่อมั่นว่า “จะชนะการประมูล”

เพราะ BEM เป็นผู้ประกอบการสัญชาติไทยเพียงรายเดียวในเมืองไทยที่ได้เปรียบการแข่งขันในหลายๆด้าน เบื้องต้นคาดว่า รถไฟฟ้าทั้ง 2 สายจะเปิดประมูลภายในปี 2561 หากเราชนะการประมูลคงใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 5-6 ปี ขึ้นอยู่กับระยะทางว่ายากหรือง่าย แต่ต่อให้สร้างยาก บมจ. ช.การช่าง (CK) ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ BEM สัดส่วนลงทุน 29.98% ก็สร้างอุโมงค์ลอดแม่น้ำเจ้าพระยามาแล้ว

“BEM จะใช้เงินลงทุนประมาณ 25,000 ล้านบาท ในการซื้อขบวนรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินอีก 35 ขบวน จากเดิมที่มีอยู่ 19 ขบวน ปัจจุบันบริษัทมีอัตราหนี้สินต่อหุ้น หรือ D/E ระดับ 1.4 เท่า ตามนโยบายไม่ควรเกิน 2.5 เท่า”

“ธุรกิจระบบราง” เรื่องเด่นหนุนการเติบโต

นักวิเคราะห์หลักทรัพย์บัวหลวง ระบุในบทวิเคราะห์ ฉบับวันที่ 18 ม.ค. 2561 ว่า ธุรกิจรถไฟฟ้าของ BEM กำลังจะก้าวขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง หลังการเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีม่วง เมื่อเดือนส.ค. 2560 จะหนุนให้มีจำนวนผู้โดยสาร รถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน (IBL) เพิ่มขึ้น โดยผู้บริหาร BEM ตั้งเป้าหมายอย่างอนุรักษ์นิยมว่า จะมีผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้น 4.5% ในปี 2561 (ปี 2559 มีผู้ใช้บริการ IBL เฉลี่ย 2.68 แสนเที่ยวต่อวัน ขณะที่ปี 2560 อยู่ที่ 2.95 แสนเที่ยวต่อวัน)

ทีมงาน BEM ปิดท้ายบทสนทนา ด้วยการแจกแจงภาพรวม “ธุรกิจพัฒนาพื้นเชิงพาณิชย์” ว่า บริษัท แบงคอก เมโทร เน็ทเวิร์คส์ จำกัด (BMN) ผู้ได้รับสิทธิแต่เพียงผู้เดียวในการบริหารพื้นที่เชิงพาณิชย์ภายในสถานีและขบวนรถไฟฟ้า ในฐานะบริษัทย่อยของ BEM คิดเป็นสัดส่วนการลงทุน 65.19% ที่มี “คุณโจ้ ณัฐวุฒิ ตรีวิศวเวทย์” ลูกชายคนเล็กของ “คุณปลิว ตรีวิศวเวทย์” เป็นผู้ดูแล ได้รุกธุรกิจนี้อย่างจริงจังเมื่อ 2 ปีก่อน

ตามแผนงานตั้งเป้าหมายไว้ว่า ภายในปี 2564 BEM จะต้องมีรายได้ส่วนนี้เพิ่มขึ้น “สองเท่า” โดยจะขยับขึ้นจาก 570 ล้านบาท ในปี 2560 และ 600 ล้านบาท ในปี 2561 ตลอดปีนี้คงได้เห็นการโฆษณาในรูปแบบใหม่ๆ มากขึ้น เช่น โฆษณารูปแบบ 4D เป็นต้น ซึ่งรายได้ที่เพิ่มขึ้นจะสอดคล้องกับเส้นทางเดินรถไฟฟ้าที่ขยายตัวขึ้นของ BEM

bem

(ที่มา : บทวิเคราะห์หลักทรัพย์บัวหลวง ฉบับวันที่ 18 ม.ค. 2561)

“ในอนาคตรายได้ส่วนนี้ต้องดีกว่านี้ คงไม่ใช่แค่คูณสอง เพราะรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายและสายสีม่วงยังไม่ได้มีการใช้พื้นที่เพื่อโฆษณา ในส่วนของสายสีม่วงคงต้องรอประมูลจากทางรฟม.ก่อน”  เจ้าของนิยาม Circle Line Bangkok แสดงความมั่นใจ

สอดคล้องกับความเห็นของนักวิเคราะห์หลักทรัพย์บัวหลวง ที่ยกให้ “ธุรกิจพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์” เป็น “ดาวรุ่ง” ประจำ BEM หลังกำลังอยู่ในช่วงสร้างความแข็งแกร่ง โดยเฉพาะการบริหารพื้นที่ร้านค้า ซึ่งบริษัทได้นำแบรนด์ที่เป็นแม่เหล็กดึงดูด เช่น Starbucks, Gourmet Market, และ Dunkin’ Donuts เข้ามาเปิดในสถานีรถไฟฟ้า MRT บางแห่งในปลายปี 2560 และมีแผนจะขยายต่อเนื่องในปี 2561 คาดว่า รายได้จากหน่วยธุรกิจนี้จะเติบโตไปในทิศทางเดียวกับจำนวนผู้ใช้บริการที่เพิ่มขึ้น และการเปิดสถานีใหม่ๆ

ปัจจุบันรายได้หลักของ “ธุรกิจพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์” มาจาก 1. บริหารพื้นที่โฆษณาในสถานีรถไฟฟ้า 18 สถานี และบนขบวนรถไฟฟ้าใต้ดิน 19 ขบวน รวมถึงป้ายโฆษณานอกบ้านในแนวทางด่วน SES และ 2. บริหารพื้นที่ร้านค้าในสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน 11 สถานี รวมถึงบนระบบทางด่วน

เมื่อวันที่ 26 ม.ค. ที่ผ่านมา บมจ.แพลนบี มีเดีย (PLANB) ได้แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่า ได้เข้าซื้อหุ้นในบริษัท แบง คอก เมโทร เน็ทเวิร์คส์ จำกัด (BMN) ในสัดส่วน 19.48% มูลค่าการลงทุน 262.2 ล้านบาท โดย คุณวัชรพงศ์ ลีโทชวลิต นักลงทุนสัมพันธ์ PLANB เปิดเผยต่อสื่อมวลชนว่า มีเป้าหมายจะเข้าถือหุ้น BMN เพิ่มเป็น 28% ภายใน 2-3 ปีข้างหน้า หรือก่อนที่ BMN จะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (อ้างอิงข้อมูลสำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย)

เมื่อสองสื่อโฆษณาค่ายใหญ่ผลึกกำลังกันเติบโตเช่นนี้ เหล่าแฟนคลับคงต้องจับตาดูความเคลื่อนไหวกันต่อไป แต่ที่แน่ๆ หากรถไฟฟ้า MRT วิ่งครบลูป คงจะมีจำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว และสื่อโฆษณาก็ย่อมได้รับประโยชน์ตามไปด้วยอย่างแน่นอน

สัปดาห์หน้า “เม่าจำไม By Bualuang จะพาไปซอกแซกเรื่องลงทุน บุคคลน่าสนใจ หรือวาไรตี้สุดฮิปที่ไหน รอติดตาม รับรองเอ็กซ์คลูซีฟเหมือนเคย…

บทความนี้เป็นประโยชน์กับท่านหรือไม่

1 ความคิดเห็นสำหรับบทความนี้

แสดงความคิดเห็น