“กลยุทธ์การลงทุนแบบผู้จัดการทีม Premier League”

capture-20170206-110536

“ลองนึกภาพถึงการแข่งขันฟุตบอลนัดหนึ่ง ทีมแรกผู้เล่นทั้ง 11 คนเป็นกองหน้าระดับพระกาฬ กับอีกทีมหนึ่งที่ผู้เล่นเป็นเพียงนักฟุตบอลทั่วไป แต่ทุกคนได้เล่นในตำแหน่งที่ถนัด คุณคิดว่าทีมไหนจะชนะ ..?”

สำหรับผมแล้ว ผมเดิมพันกับทีมที่สอง เพราะแม้ว่าทีมแรกนักเตะทุกคนจะเป็นกองหน้าระดับพระกาฬ แต่หลายคนในสนาม จะต้องเล่นในตำแหน่งที่ตัวเองไม่ได้ถนัด (เช่นเก่งยิงประตู แต่ไปเป็นผู้รักษาประตู) ต่างจากทีมที่สอง ที่แม้นักเตะแต่ละคนจะไม่ใช่นักเตะระดับท๊อปอย่างทีมแรก แต่ทุก ๆ คนได้เล่นในตำแหน่งที่ใช่ และสามารถแสดงความสามารถที่แท้จริงออกมาได้ เข้าข่าย “Put the right man in the right job” นั่นเอง ซึ่งการจัดการทีมแบบนี้ เปรียบเหมือนกลยุทธ์การลงทุนรูปแบบหนึ่ง ซึ่งเรารู้จักกันดีในชื่อ “Asset Allocation”

การลงทุนแบบ Asset Allocation คืออะไร ?

Asset Allocation คือการลงทุนที่มุ่งสร้างความสมดุลระหว่างผลตอบแทนและความเสี่ยงโดยคำนึงถึง 5 องค์ประกอบหลักคือ อายุ ระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ ผลตอบแทนที่คาดหวัง การคัดเลือกสินทรัพย์มาลงทุน และการจัดสรรเงินลงทุนลงไปในสินทรัพย์ลงทุนอย่างเหมาะสม โดยการลงทุนแบบดังกล่าวจะกระจายการลงทุนไปยังสินทรัพย์ต่าง ๆ ที่ให้ผลตอบแทน ด้วยระดับความเสี่ยงที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็น เงินฝาก ตราสารหนี้ หุ้นในประเทศ หุ้นต่างประเทศ กองทุนอสังหาริมทรัพย์ และสินค้าโภคภัณฑ์ เช่น ทองคำ น้ำมัน

ทำไมต้องกระจายความเสี่ยงมากขนาดนี้ ?

เหตุที่มีการกระจายการลงทุนไปยังสินทรัพย์หลากหลายเช่นนี้ เพราะสินทรัพย์ทุกอย่างบนโลกนี้ มันมีความสัมพันธ์กัน เช่น หากสินทรัพย์ตัวหนึ่งมีราคาลดลง ด้วยกระแสของเงินทุนก็จะทำให้สินทรัพย์อีกตัวหนึ่งมีราคาเพิ่มขึ้น อย่างที่เราเห็นได้ชัดเจนคือหุ้น กับทองคำ ราคามักจะปรับตัวไปในทิศทางตรงกันข้ามเสมอในระยะยาว

“นี่เป็นหลักการสำคัญของการจัดพอร์ต Asset Allocation คือคุณจะต้องรู้ว่าช่วงไหนควรบู๊ ช่วงไหนควรตั้งรับ และวางเงินไว้ในอะไร ถึงจะคุ้มที่สุด”

นอกจากนี้แล้วการจัดพอร์ตลงทุนสินทรัพย์ยังเป็นกลยุทธ์การลงทุนที่ทำให้ผู้ลงทุนสามารถสร้างพอร์ตการลงทุนที่เหมาะกับตัวเองได้ ซึ่งเป็นผลดีมากกว่าการจะไปถามว่าในภาวะตลาดเช่นนี้ควรจะลงทุนอะไร และทางหลักทรัพย์บัวหลวงเองได้มีการจัดทำ Asset Allocation Fund หรือบริการการจัดสรรสินทรัพย์ลงทุน ผ่านกองทุนรวมแบบ Strategic Allocation เพื่อตอบสนองความต้องการลงทุนอย่างเป็นระบบให้แก่นักลงทุนที่สนใจ โดยแบ่งออกเป็น 3 พอร์ตหลัก คือ

  1. Conservative Portfolio พอร์ตลงทุนสำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ต่ำ แต่ต้องการผลตอบแทนที่สูงกว่าเงินเฟ้อ
  2. Moderate Portfolio พอร์ตลงทุนสำหรับนักลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนที่สูงขึ้น ด้วยความเสี่ยงในระดับปานกลาง
  3. Aggressive Portfolio พอร์ตลงทุนแบบเน้นสร้างผลตอบแทนที่ดีขึ้นด้วยความคุ้มค่าที่มากกว่าตลาด

capture-20170206-122031

(ผลการดำเนินงานย้อนหลัง)

capture-20170206-140630

(ผลทดสอบผลการดำเนินงานย้อนหลัง ณ วันที่ 1 ก.พ. 60)

capture-20170206-142840

สรุป…

การสร้างพอร์ตลงทุนที่เหมาะกับตัวนักลงทุน ด้วยการกระจายการลงทุนไปยังสินทรัพย์ต่าง ๆ ที่มีระดับความเสี่ยงและผลตอบแทนที่ต่างกัน จึงเปรียบเหมือนการคุมทีมฟุตบอลที่ผู้จัดการทีมต้องมีความเข้าใจในผู้เล่นแต่ละตำแหน่ง เพื่อสร้างทีมที่มีประสิทธิภาพที่สุด มีทั้งสายบู๊ ที่เล่นแบบกองหน้าอย่างหุ้น ที่คอยหาจังหวะและโอกาสในการยิงประตู (สร้างผลตอบแทน) หรือกระทั่งในช่วงที่ทีมตั้งรับ เราก็ยังมีทั้งกองหลัง และผู้รักษาประตู (ตราสารหนี้ ทองคำ) มาช่วยลดความเสี่ยงจากการเสียประตู หรือขาดทุนได้ในที่สุด

และนั่นทำให้การจัดสรรสินทรัพย์ลงทุน จึงถือเป็นปัจจัยสำคัญปัจจัยหนึ่งที่มีผลต่อผลตอบแทนของเราอย่างมีนัยยะ และนักลงทุนทุกท่านไม่ควรมองข้าม โดยนักลงทุนท่านใดที่สนใจการลงทุนแบบ Asset Allocation Fund สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ส่วนธุรกิจกองทุนรวม บริษัทหลักทรัพย์บัวหลวง

———————————————————————————————

สัมมนาดี…ต้องบอกต่อ กับ “บริการจัดพอร์ตลงทุนสินทรัพย์ ผ่านกองทุนรวม”

วันที่สัมมนา : 28/02/2017
เวลา : 17:30 – 19:30 น.
ผู้เข้าร่วมสัมมนา : ลูกค้าของบริษัทและบุคคทั่วไป และผู้ที่มีเงินลงทุนตั้งแต่ 1,000,000 บาทขึ้นไป
ค่าใช้จ่าย : ไม่มีค่าใช้จ่าย
สถานที่จัดงาน : Bualuang Investment Station Zuellig House, ชั้น 4

ลงทะเบียนสัมมนาได้ที่ https://goo.gl/Rg9bXm เท่านั้น!

capture-20170206-113030
capture-20160226-093943

บทความนี้เป็นประโยชน์กับท่านหรือไม่

4 ความคิดเห็นสำหรับบทความนี้

  1. มิตรสงฆ์ วงศ์กุลพิศาล

    ให้ข้อมูลน้อยเกินไป
    ควรบอกชื่อ master fund ด้วยครับ

  2. หลากหลายมุมมองครับ …ข้อมูลเยอะคงไม่ต้องมาสัมนาอะครับ ส่วนตัวชอบ และเป็น 1 ในแนวคิดทั้ง 4 ส่วนที่ผมใช้ในปัจจุบัน เสมือนเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นนะครับ ให้น้ำหนักตามนี้ได้ป่าว Tools 40%, Asset Allocation 30%, Fundamental Analysis 20%, Technical Analysis 10% คงสงสัย Tools เกี่ยวอะไรด้วยก็ตามนี้แล้วกัน “การโกงเป็นส่วนหนึ่งของเกมส์ คนที่เล่นนอกเกมส์เท่ากับเล่นกฎฯ” แน่นอนว่าเครื่องมือที่ดียอมส่งผลให้เราสามารถจัดการในส่วนที่เหลือ อืก 3 ส่วนได้ไม่อยาก แต่ถ้าไม่รู้วิธีใช้ก็ไปศึกษาก็ดีนะครับ …บทกลับของเศรษฐกิจพอเพียง หรือทางสายกลาง แต่มองคนละมุม อย่าใส่ใจ

แสดงความคิดเห็น