แจ้งการปรับระยะเวลาการชำระราคาค่าซื้อขายหลักทรัพย์ประเภทบัญชี Cash Account เริ่ม 7 กพ. 61 นี้ !!

ด้วยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย  จะทำการปรับระยะเวลาชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์จาก 3 วันทำการเป็น 2 วันทำการ
(หรือจาก T+3 เป็น T+2)  โดยจะเริ่มตั้งแต่การซื้อขายของวันที่ 2 มีนาคม 2561  เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว บริษัทหลักทรัพย์ขอแจ้งให้ทราบว่า

สำหรับบัญชีหลักทรัพย์ประเภทบัญชีเงินสด (Cash Account) ที่มีรายการซื้อขายหลักทรัพย์ตั้งแต่วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2561 ซึ่งจะมีการชำระราคาในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2561 เป็นต้นไป ทางบริษัทหลักทรัพย์จะดำเนินการชำระราคาดังต่อไปนี้

ทางบริษัทหลักทรัพย์จะดำเนินการชำระราคาดังต่อไปนี้

  • ตัดบัญชีเงินฝากธนาคาร ( ATS ) เรียกเก็บค่าซื้อหลักทรัพย์ ตั้งแต่เวลา 11.30 น. เป็นต้นไป
  • โอนเงินค่าขายหลักทรัพย์เข้าบัญชีเงินฝากธนาคาร ตั้งแต่เวลา 14.15 น. เป็นต้นไป

*หมายเหตุ : บัญชีเงินสด Cash Account คือประเภทบัญชี Post – Paid ที่นักลงทุนวางหลักประกัน 20 % ของวงเงินที่ได้รับอนุมัติ และมีการชำระราคาค่าซื้อขายหลักทรัพย์ด้วยการตัดบัญชีเงินฝากธนาคารอัตโนมัติ (ATS) ตามบัญชีธนาคารที่ลูกค้าได้แจ้งไว้กับทางบริษัท ฯ

สำหรับลูกค้าหลักทรัพย์บัวหลวงจะคุ้นเคยกันในชื่อประเภทบัญชี Cash Collateral หรือ สังเกตได้ง่ายๆ จาก เลขบัญชีหลักทรัพย์ หลักที่ 7 ของท่าน หากเป็นบัญชีประเภท Cash Account / Cash Collateral จะลงท้ายด้วยเลข 1

ตัวอย่างเช่น หาก username ของท่านคือ 123456
เลขบัญชีหลักทรัพย์ 7 หลักของท่านคือ   1234561

ตัวอย่าง : กรณีตัดบัญชีเงินฝากธนาคาร ( ATS ) เงินค่าซื้อหลักทรัพย์

epayment-1

ตัวอย่าง : กรณีโอนเงินค่าขายหลักทรัพย์เข้าบัญชีเงินฝากธนาคารลูกค้า

epayment-2

นักลงทุนที่มีบัญชีประเภท Cash Account  ควรเตรียมตัวดังนี้

1. เตรียมเงินเพื่อชำระเงินค่าซื้อหลักทรัพย์ให้เพียงพอก่อนเวลา 11.30 น.

2. กรณีมีบัญชีหลักทรัพย์ประเภทดังกล่าว อยู่กับโบรคเกอร์มากกว่า 1 แห่ง โดยมีทั้งรายการซื้อสุทธิและรายการขายสุทธิ วันครบกำหนดชำระราคาเป็นวันเดียวกัน

  • หากใช้เลขที่บัญชีธนาคารเดียวกัน ในการชำระค่าซื้อขายหลักทรัพย์ ระบบจะโอนเงินค่าขายหลักทรัพย์เข้าบัญชีธนาคารให้ก่อน จากนั้นจึงจะตัดเงินค่าซื้อหลักทรัพย์โดยกระบวนการทั้งหมดจะเริ่มตั้งแต่เวลาประมาณ 14.15 น.

epayment-3

warning-กรณีมีบัญชีหลักทรัพย์ประเภทดังกล่าว อยู่กับโบรคเกอร์มากกว่า 1 แห่ง โดยมีทั้งรายการซื้อสุทธิและรายการขายสุทธิ วันครบกำหนดชำระราคาเป็นวันเดียวกันหากใช้เลขที่บัญชีธนาคารต่างกันในการชำระค่าซื้อขายหลักทรัพย์จะไม่สามารถนำเงินค่าขายของโบรคนึงไปชำระค่าซื้อของอีกโบรคนึงได้ทันเพราะระบบจะตัดเงินค่าซื้อ…ก่อนชำระคืนค่าขาย ทั้งนี้มาตรการดังกล่าวนี้ เพื่อรองรับการปรับระยะเวลาชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์จาก 3 วันทำการเป็น 2 วันทำการ  (หรือจาก T+3 เป็น T+2) ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยโดยจะเริ่มตั้งแต่การซื้อขายของวันที่ 2 มีนาคม 2561 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม คลิก www.set.or.th/tplus2 

อย่าลืมวางแผนกันให้ดีนะคะ…หรือสะดวกจะใช้เลขที่บัญชีธนาคารเดียวกันเลยก็ได้ค่ะ 

บทความนี้เป็นประโยชน์กับท่านหรือไม่

แสดงความคิดเห็น