ADVANC ส่ง “โครงข่ายคุณภาพ” สู้คู่แข่ง

“แข่งขันดุเดือด” เอ่ยเช่นนี้กับ “อุตสาหกรรมโทรศัพท์เคลื่อนที่ในประเทศไทย” คงไม่ผิดเท่าไรนัก เพราะในช่วงที่ผ่านมา นอกจากเหล่าโอเปอเรเตอร์ค่ายมือถือจะพากันออกโปรโมชั่น “ลดแลกแจกแถม” โทรศัพท์เคลื่อนที่ เพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาดแล้วยังพร้อมใจกันนำเสนอแพ็กเกจดาต้า และแคมเปญหลากหลายรูปแบบ เพื่อสร้างแรงจูงใจลูกค้า

แต่ดูเหมือนว่าจะมีเพียง “ค่ายเอไอเอส” เจ้าเดียวที่ยังไม่ยอมลงมาเล่น “เกมแจกโทรศัพท์มือถือฟรี” แม้ที่ผ่านมาสงครามแจกฟรีจะทำให้ “ส่วนแบ่งทางการตลาดเชิงรายได้” ของเอสไอเอส ลดลงประมาณ 1% จาก 49% ในปี 2560 เหลือ 48% ในปัจจุบันก็ตาม…เมื่อไม่ลงมาร่วมสมรภูมิแข่งเดือดแล้ว AIS จะเดินกลยุทธ์อะไร เพื่อดึงส่วนแบ่งการตลาดกลับคืนมา!!!  “เม่าจำไม By Bualuang Securities” จะเล่าให้ฟัง

“คุณศิรภพ ปภัทธนนันท์” นักลงทุนสัมพันธ์ บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) เล่าให้ฟังว่า แม้ตลอดปี 2561 เราจะหันมาทำการตลาดลูกค้าระบบจดทะเบียน (โพสต์เพด) มากขึ้น หลังผู้ใช้บริการหันมาใช้บิ๊กดาต้ามากขึ้น “เท่าตัว” จากการใช้งานวิดีโอสตรีมเพิ่มขึ้น ขณะที่อัตราการใช้งานเครื่องโทรศัพท์ 4S ทั่วประเทศปรับตัวขึ้นอย่างมาก

แต่ “ค่ายเอไอเอส” ในฐานะที่มีส่วนแบ่งทางการตลาดเชิงรายได้เป็นอันดับ 1 (อันดับ 2  ค่ายทรูมูฟ เอช และอันดับ 3 ค่ายดีแทค โดยมีส่วนแบ่งการตลาด 27% และ 25% ตามลำดับ) ยังคงยืนยันว่า จะไม่ลงไปแข่งขันด้านราคาเหมือนเจ้าอื่นๆ ตรงข้ามจะหันไปทำการตลาดในมุมใหม่ๆ

เพราะสุดท้ายแล้วการแจกของฟรี ไม่ได้ทำให้เกิดความคุ้มค่า ที่สำคัญไม่ได้ตอบโจทย์การทำธุรกิจให้มีกำไรในระยะยาว ปัจจุบันบริษัทมีผู้ใช้บริการจำนวน 40.1 ล้านเลขหมายทั่วประเทศ (ณ สิ้นปี 2560 ค่ายทรูมูฟ เอช  และค่ายดีแทค มีฐานผู้ใช้บริการ 4.0 ล้านราย และ 22.7 ล้านเลขหมาย ตามลำดับ)

สำหรับวิธีสร้างการเติบโตที่แตกต่างจากคู่แข่งของค่ายเอไอเอส เราจะเน้นพัฒนาคุณภาพและความจุโครงข่ายอย่างต่อเนื่อง ผ่านคลื่นความถี่ที่เพิ่งประมูลมาได้ เพื่อให้สามารถแข่งขันในการให้บริการแก่ลูกค้าได้อย่างมีคุณภาพ แม้ตลอดปีนี้อุตสาหกรรมโทรศัพท์เคลื่อนที่ในประเทศไทยจะยังคงแข่งขันสูงอย่างต่อเนื่องก็ตาม เพราะโครงข่ายที่มีคุณภาพจะเป็นตัวดึงลูกค้าชั้นดี

ขณะเดียวกันยังคงเน้นขยายบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในตัวเมืองสำคัญ จากปัจจุบันที่มีพื้นที่บริการใน 50 จังหวัด หลัง “แบรนด์เอไอเอส ไฟเบอร์” ได้รับความนิยมในตลาดอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่เปิดให้บริการในปี 2558 ปัจจุบันครองส่วนแบ่งการตลาดประมาณ 6%

pic1

(  ADVANC Roadshow @ Bualuang ณ Bualuang Investment Station )

CSL หนุนการเติบโต “ตลาดลูกค้าองค์กร”

นักลงทุนสัมพันธ์ ADVANC เล่าต่อว่า เรายังคงยืนยันคำเดิมว่า เป้าหมายการเติบโต ในแง่ของรายได้จากการให้บริการ (ไม่รวมค่าเชื่อมโยงโครงข่าย) ในปี 2561 จะอยู่ประมาณ  7-8% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยบริษัทจะรับรู้รายได้ของ บมจ.ซีเอส ล๊อกซอินโฟ หรือ CSL เข้ามา “ร้อยเปอร์เซ็นต์

แต่หากไม่รวมรายได้จาก CSL บริษัทจะมีรายได้จากการให้บริการเติบโตประมาณ 5-6% ( บริษัท แอดวานซ์  ไวร์เลส เน็ทวอร์ค จำกัด ในฐานะบริษัทย่อย ADVANC ได้ เข้าซื้อหุ้น CSL จากผู้ถือหุ้นที่แสดงเจตจำนงในการขาย คิดเป็น 80.10% ของหุ้น CSL ทั้งหมด เมื่อวันที่ 5 ก.ย. 2560)

จากการเข้าลงทุนใน CSL ถือเป็นการดำเนินงานที่สอดคล้องกับนโยบายการทำธุรกิจในระยะยาวของ ADVANC ที่ต้องการสร้างการเติบโตใน “ตลาดลูกค้าองค์กร” โดยจะเน้นการให้บริการด้านคลาวด์และโซลูชั่นด้านไอซีที เบื้องต้นวางเป้าหมายว่า CSL จะเข้ามาช่วยผลักดันให้สัดส่วนรายได้ลูกค้าองค์กรขยับตัวขึ้น จากระดับ 9% ในปัจจุบัน เป็นประมาณ 20-25% ภายในปี 2563

สำหรับ “จุดเด่น CSL นอกจากแบรนด์จะมีคุณภาพที่ดีแล้ว เหล่าพนักงานจากหลากหลายแผนกของ CSL ยังมีความเป็นมืออาชีพสูงมาก สะท้อนได้จากความสำเร็จของผลประกอบการในช่วงที่ผ่านมาที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง บ่งชี้ได้จากตัวเลขกำไรสุทธิ จาก 315 ล้านบาท ในปี 2558 เป็น 325 ล้านบาท ในปี 2560 แม้จะไม่ได้เติบโตโดดเด่น แต่ก็สามารถทำออกมาได้อย่างดี ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ ฉะนั้น  CSL จะเป็นตัวช่วยสำคัญที่จะทำให้บริษัทเดินทางไปถึงเป้าหมายที่วางไว้

 “เทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ทำให้ลูกค้าองค์กรหลายๆแห่งไม่เน้นลงทุนระบบเอง แต่จะหันมาเช่าเซอร์วิสแทน เพื่อลดต้นทุน”

ส่วนเป้าหมาย “อัตรา EBITDA margin” ยังคงยืนยันตัวเลขเดิม โดยคาดว่าจะอยู่ในช่วง 45-47% จากแนวโน้มของรายได้ที่เติบโต และการบริหารต้นทุนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในด้านต้นทุนโครงข่าย สำหรับแผนการใช้เงินลงทุนที่เป็นเงินสด (Cash CAPEX) คาดว่าจะอยู่ในกรอบ 35,000-38,000 ล้านบาท เน้นลงทุนทั้งส่วนธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่และอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (อ้างอิงข้อมูลจากคำอธิบายและบทวิเคราะห์ของฝ่ายบริหารประจำปี 2560)

เป้าหมายเติบโต “ค่อนข้างท้าทาย”

นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์ ประจำหลักทรัพย์บัวหลวง ประเมินว่า เป้าหมายอัตราการเติบโตของรายได้บริการที่ระดับ 7-8% ในปี 2561 ดูค่อนข้างท้าทายกับ ADVANC หลัง DTAC มีแนวโน้มที่จะกลับมาทวงส่วนแบ่งตลาดสำหรับบริการดาต้าคืน ในช่วง 6 เดือนหลังของปี 2561

ผ่านการโรมมิ่งบนคลื่นความถี่ 2.3 กิกะเฮิร์ซ ที่จะเริ่มให้บริการจากพื้นที่กรุงเทพฯชั้นในตั้งแต่เดือนมิ.ย. นี้ และจะขยายไปยังหัวเมืองใหญ่ในต่างจังหวัด ในช่วงครึ่งหลังของปี 2561 เบื้องต้นประเมินว่า อัตราการเติบโตของรายได้บริการที่ขยายตัวในอัตราที่อาจมีแนวโน้มชะลอตัวลง ในช่วงครึ่งหลังของปี 2561 ดูจะเป็นปัจจัยเสี่ยงหลัก ถ้าเทียบกับเป้าอัตราการเติบโต ณ ปัจจุบันของบริษัท

บมจ. แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส เป็ น “ผู้ให้บริการด้านดิจิทัลไลฟ์”  โดยดำเนิน 3 ธุรกิจหลัก ภายใต้อุตสาหกรรมโทรคมนาคม คือ 1. บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 2. บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง และ 3. บริการดิจิทัลเซอร์วิส ณ สิ้นปี 2560 มีรายได้จากการบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่สัดส่วน 97% ของรายได้รวม (อ้างอิงข้อมูลจากแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี 2560)

advanc

บทวิเคราะห์หลักทรัพย์บัวหลวง ฉบับวันที่ 25 เม.ย. 2561

สัปดาห์หน้า “เม่าจำไม By Bualuang Securities จะพาไปซอกแซกเรื่องลงทุน บุคคลน่าสนใจ หรือวาไรตี้สุดฮิปที่ไหน รอติดตาม รับรองเอ็กซ์คลูซีฟเวอร์…

บทความนี้เป็นประโยชน์กับท่านหรือไม่

แสดงความคิดเห็น