10 ข้อสงสัยเกี่ยวกับ BCAP-MSCITH LTF

1. BCAP-MSCITH LTF แตกต่างจาก BMSCITH อย่างไร ?

BCAP-MSCITH LTF ETF
ประเภทกองทุน LTF ETF
นโยบายการลงทุน ลงทุนในหุ้นสามัญของบริษัทจดทะเบียน ตราสารทุน หรือทรัพย์สินอื่นใดที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 65 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ เพื่อสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับผลตอบแทนของดัชนีอ้างอิง ลงทุนในหลักทรัพย์ที่เป็นส่วนประกอบดัชนี MSCI Thailand ex Foreign Board Index โดยมุ่งหวังให้ผลประกอบการเคลื่อนไหวตามดัชนีชี้วัด โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ
กลยุทธ์การบริหาร Passive Management Strategy Passive Management Strategy
ดัชนีชี้วัด/อ้างอิง (Benchmark) ดัชนี MSCI Thailand ex Foreign Board ดัชนี MSCI Thailand ex Foreign Board
การจ่ายเงินปันผล ไม่จ่ายเงินปันผล จ่ายเงินปันผล
ความเสี่ยง ระดับ 6 : ความเสี่ยงสูง ระดับ 6 : ความเสี่ยงสูง
สิทธิประโยชน์ทางภาษี สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ -ไม่มี-
ช่องทางในการซื้อขาย – บริษัทหลักทรัพย์บัวหลวง
– ธนาคารกรุงเทพ
ซื้อขายผ่านโปรแกรม Streaming
มูลค่าซื้อขายขั้นต่ำ 500 บาท 100 หุ้น

2. Passive Fund vs Active Fund อันไหนดีกว่า ?

จากกราฟบ่งบอกถึงจำนวนกองทุนตราสารทุน ประเภท Active Fund ที่ให้ผลตอบแทนดีกว่า SET TRI ในแต่ละปี โดยใช้ฐานข้อมูลของ Bloomberg (สมมติให้ในแต่ละปีมีกองทุนจำนวน 100 กองทุน)

1

จะเห็นว่าช่วงขาขึ้น Passive Fund มีโอกาสที่จะชนะมากกว่า เนื่องจาก Active Fund จะเข้าซื้อไม่ทัน แต่ช่วงขาลง Active Fund มีโอกาสที่จะชนะมากกว่า เนื่องจาก Passive Fund จะไม่สามารถขายหุ้นทิ้งถือเป็นเงินสดได้เหมือน Active Fund

ดังนั้น นักลงทุนจึงควรมีทั้ง Passive Fund เพื่อกระจายความเสี่ยงการลงทุนให้รองรับกับทุกสภาวะตลาด

3. ดัชนี MSCI Thailand ex Foreign Board Index คืออะไร ?

ดัชนี MSCI Thailand ex Foreign Board Index คือ ดัชนี MSCI Thailand Index ที่ตัดหุ้นกระดานต่างประเทศออกไป โดยใช้การคํานวณแบบถ่วงน้ำหนักด้วยมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดปรับด้วย Free Float  ซึ่งดัชนี MSCI Thailand Index ถูกออกแบบเพื่อสะท้อนความเคลื่อนไหวของหลักทรัพย์ขนาดใหญ่และขนาดกลาง (Standard Index ตามนิยามของ MSCI) ที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและ/หรือตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ทั้งนี้จะมีการทบทวนการคํานวณดัชนี (Index Review) เป็นรายไตรมาสในเดือนกุมภาพันธ์, พฤษภาคม, สิงหาคม, และพฤศจิกายน

1

4. BCAPMSCITH LTF ลงทุนในอะไรบ้าง ?

ตามข้อมูล ณ วันที่ 28 กันยายน 2561 กองทุน BCAP-MSCITH LTF ได้มีการลงทุนในหุ้นสามัญทั้งหมด โดยมีรายชื่อหุ้น 10 อันดับแรก ดังนี้

ลำดับ หลักทรัพย์ หมวดธุรกิจ น้ำหนักการลงทุน
1 PTT พลังงานและสาธารณูปโภค 13.98%
2 KBANK ธนาคาร 9.73%
3 CPALL พาณิชย์ 8.46%
4 AOT ขนส่งและโลจิสติกส์ 6.84%
5 SCB ธนาคาร 6.66%
6 PTTEP พลังงานและสาธารณูปโภค 5.25%
7 ADVANC เทคโนโลยีสารสนเทศ 5.10%
8 PTTGC ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ 4.47%
9 SCC วัสดุก่อสร้าง 4.18%
10 CPN พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ 2.72%

5. BCAPMSCITH LTF เหมาะกับใครบ้าง?

เหมาะกับ

  • ผู้ลงทุนที่สามารถรับความผันผวนของราคาหุ้นที่กองทุนรวมไปลงทุน ซึ่งอาจจะปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นหรือลดลงจนต่ำกว่ามูลค่าที่ลงทุน และทำให้ขาดทุนได้
  • ผู้ลงทุนที่สามารถลงทุนในระยะกลางถึงระยะยาว โดยคาดหวังผลตอบแทนในระยะยาวที่ดีกว่าการลงทุนในตราสารหนี้ทั่วไป
  • ผู้ลงทุนที่ไม่มีความจำเป็นต้องใช้เงินลงทุนในส่วนนี้อย่างต่อเนื่องเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 7 ปีปฏิทิน เพื่อที่จะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีจากการลงทุนในกองทุนรวมหุ้นระยะยาวตามที่กฎหมายกำหนด
  • ผู้ที่ต้องการกระจายการลงทุนไปยัง LTF ที่มีนโยบายการลงทุนอ้างอิงตามดัชนี

ไม่เหมาะกับ

  • ผู้ลงทุนที่เน้นการได้รับผลตอบแทนในจำนวนเงินที่แน่นอน หรือรักษาเงินต้นให้อยู่ครบ

6. ต้องระวังอะไรเป็นพิเศษ ?

  • ผู้ลงทุนของกองทุนรวมหุ้นระยะยาวจะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี หากไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขการลงทุน
  • เมื่อครบกำหนดระยะเวลา ผู้ลงทุนที่ลงทุนตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 จะไม่สามารถได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีอีกต่อไปและบริษัทจัดการจะดำเนินการเปลี่ยนชื่อกองทุนโดยถือว่าได้รับมติจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว
  • กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management)ดังนั้น กองทุนจึงมีความเสี่ยงมากกว่ากองทุนรวมอื่น จึงเหมาะสมกับผู้ลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนสูงและสามารถรับความเสี่ยงสูงกว่าผู้ลงทุนทั่วไป
  • กองทุนอาจลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอื่นภายใต้การจัดการเดียวกัน ในสัดส่วนไม่เกิน 100% ของ NAV ซึ่งอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์อันเกิดจากนโยบายการลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมภายใต้การจัดการเดียวกัน

7. มีค่าธรรมเนียมซื้อขายเท่าไหร่ ?

ค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากกองทุนรวม* (%ต่อปีของ NAV)
รายการ สูงสุดไม่เกิน เก็บจริง
การจัดการ 1.35% 0.856%
ผู้ดูแลผลประโยชน์ (ธ.กสิกรไทย) 0.107% 0.02675%
นายทะเบียน (ธ.กรุงเทพ) 0.13375% 0.06955%
ค่าใช้จ่ายอื่นๆ 0.8835%
รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมด 1.90%
รายการ สูงสุดไม่เกิน เก็บจริง
ค่าธรรมเนียมการขาย (Front End) 1.07% ยกเว้นไม่เรียกเก็บ
ค่าธรรมเนียมการขาย (Front End) 1.07% ยกเว้นไม่เรียกเก็บ
ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน (Back End) มากกว่า 1 ปี : ไม่มี
น้อยกว่าหรือเท่ากับ 1 ปี : เรียกเก็บไม่เกิน 1.07%
ไม่มี
ยกเว้นไม่เรียกเก็บ
ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนภายใน บลจ. ยกเว้นไม่เรียกเก็บ ยกเว้นไม่เรียกเก็บ
ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนนอก บลจ. กรณีเป็นกองทุนต้นทาง : ไม่เกิน 200 บาทต่อรายการ
กรณีเป็นกองทุนเปิดปลายทาง : อัตราเดียวกับค่าธรรมเนียมการขาย
ปัจจุบัน 200 บาทต่อรายการ
ปัจจุบัน ไม่เรียกเก็บ

8. ซื้อขายได้ที่ไหน ?

สำหรับท่านที่ยังไม่มีบัญชีกองทุน บลจ.บางกอกแคปปิตอล (BCAP) สามารถซื้อ BCAP-MSCITH LTF ได้ผ่านบริษัทหลักทรัพย์บัวหลวง (BLS) โดยใช้เอกสารดังนี้

  • เอกสารเปิดบัญชี และใบคำสั่งซื้อ
  • สำเนาบัตรประชาชน จำนวน 2 ชุด รับรองสำเนาถูกต้อง 1 ชุด “เพื่อใช้กับ บลจ. บางกอกแคปปิตอล” / อีก 1 ชุด “เพื่อใช้กับบมจ. หลักทรัพย์บัวหลวง”
  • สำเนาสมุดบัญชีเงินฝาก **ธนาคารกรุงเทพเท่านั้น**  จำนวน 3 ชุด รับรองสำเนาถูกต้อง 2 ชุด “เพื่อใช้กับบมจ. หลักทรัพย์บัวหลวง” / 1 ชุด “เพื่อใช้กับ บลจ. บางกอกแคปปิตอล” 
  • หลักฐานการชำระเงิน Pay-In ที่มีตัวพิมพ์จากธนาคาร (กรณีโอนผ่านอินเตอร์เน็ต รบกวนลงนามรับรองสำเนาด้วยค่ะ)

วิธีชำระค่าจองซื้อ : ชำระโดยวิธีโอนเงิน เท่านั้น

ชื่อบัญชี “บัญชีจองซื้อหน่วยลงทุนของ บลจ.บางกอกแคปปิตอล”
ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สำนักงานใหญ่ บัญชีกระแสรายวัน เลขที่ 101-3-47915-7

**หมายเหตุ** ลายเซนต์ในเอกสาร กรุณาลงนามให้เหมือนกันทุกจุด และเหมือนกับที่ให้ข้อมูลไว้กับหลักทรัพย์บัวหลวง

**เมื่อกรอกรายละเอียดแล้ว…กรุณาส่งเอกสารถึงเจ้าหน้าที่การตลาดของท่าน

หรือ บริษัทหลักทรัพย์บัวหลวง (BCAP-MSCITH LTF)
1-7 อาคารซิลลิคเฮ้าส์ Unit 1A ชั้น 4 ถนนสีลม แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพฯ 10500

สำหรับท่านที่มีบัญชีกองทุน บลจ.บางกอกแคปปิตอล (BCAP) และ ต้องการซื้อกองทุน BCAP-MSCITH LTF เพิ่มเติม

  1. กรอกเอกสาร ใบคำสั่งซื้อ
  2. ชำระเงินลงทุน ผ่าน 3 ช่องทาง
    • โอนเงิน
      ชื่อบัญชี “บัญชีจองซื้อหน่วยลงทุนของ บลจ.บางกอกแคปปิตอล”
      ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สำนักงานใหญ่ บัญชีกระแสรายวัน เลขที่ 101-3-47915-7
    • ถอนหลักประกันในบัญชีหลักทรัพย์ (เฉพาะผู้ที่มีบัญชีหลักทรัพย์เท่านั้น)
    • หักบัญชีธนาคารอัตโนมัติ ATS (เฉพาะผู้ที่มีบัญชีหลักทรัพย์เท่านั้น)
  3. ส่งเอกสารใบคำสั่งซื้อ พร้อมหลักฐานการชำระเงิน ถึงผู้แนะนำการลงทุนของท่าน ผ่านทางอีเมล หรือ แฟกซ์

9. มีเงื่อนไขการซื้อขายอย่างไรบ้าง ?

มูลค่าขั้นต่ำของการลงทุน

  • มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก : 500 บาท
  • มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งถัดไป : 500 บาท

เงื่อนไขการลงทุน

  • ลงทุนได้สูงสุดไม่เกินร้อยละ 15 ของเงินได้ ทั้งนี้ไม่เกิน 500,000 บาท
  • ผู้ลงทุนต้องถือหน่วยลงทุนไม่น้อยกว่า 7 ปีปฏิทิน จึงจะสามารถขายคืนได้
  • ไม่จำเป็นต้องซื้อทุกปี สามารถลงทุนเฉพาะปีที่ต้องการได้รับสิทธิลดหย่อนภาษีได้

10. ติดตามการลงทุนได้อย่างไร ?

ลูกค้าหลักทรัพย์บัวหลวง สามารถติดตามผลการลงทุนได้ง่ายๆ ผ่าน “Consolidated Portfolio Report หรือ รวมพอร์ตการลงทุนโดย Log in ที่ www.bualuang.co.th เลือก Post-Trade > รวมพอร์ตการลงทุน

1

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ BLS Customer Service โทร 02-618-1111


คำเตือน :

  • ผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต
  • การลงทุนมิใช่การฝากเงินและมีความเสียงที่ผู้ลงทุนอาจไม่ได้รับเงินคืนเต็มจำนวนเมื่อไถ่ถอน (ไม่คุ้มครองเงินต้น)
  • ผู้ลงทุนต้องศึกษาและทำความเข้าใจลักษณะสินค้า ข้อมูลสำคัญ นโยบายการลงทุน เงื่อนไขผลตอบแทน ความเสี่ยง สิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ระบุในคู่มือการลงทุน LTF ก่อนตัดสินใจลงทุน

บทความนี้เป็นประโยชน์กับท่านหรือไม่

แสดงความคิดเห็น