เที่ยวยังไง…ให้ลดหย่อนภาษีได้

ไปเที่ยวกันไหม…ถามใจและเงินในกระเป๋าเธอดู

ปีนี้คนชอบเที่ยวคงจะยิ้มแก้มปริไปตามๆกัน เพราะภาครัฐของเรามีโปรโมชั่นแรงๆสำหรับการลดหย่อนภาษีออกมาเพียบ โดยเฉพาะภาษีเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว ไหนๆก็จะไปเที่ยวอยู่แล้วก็เอาค่าใช้จ่ายมาลดหย่อนภาษีด้วยซะเลย แต่ก่อนอื่นอยากจะให้ทำความเข้าใจรายละเอียดอย่างถูกต้อง ว่ามีมาตรการอะไรบ้าง และแต่ละมาตรการมีเงื่อนไขอย่างไร ช่วงเวลาไหน มาติดตามกันค่ะ

  1. มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวตลอดปี 2559 (ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. – 31 ธ.ค. 2559)
  2. มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวตลอดเดือนธันวาคม (ตั้งแต่วันที่ 1 – 31 ธ.ค. 2559)

tax2

โดยทั้ง 2 มาตรการมีเงื่อนไขเหมือนกันคือสามารถนำค่าใช้จ่ายสำหรับค่าที่พักโรงแรมและค่าแพคเกจทัวร์มาเป็นค่าลดหย่อนภาษีได้ โดยสามารถตรวจสอบรายชื่อที่สามารถขอหักลดหย่อนได้ ดังนี้

รายชื่อผู้ประกอบธุรกิจโรงแรม

รายชื่อผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวและมักคุเทศก์

***การจองผ่านตัวแทน เช่น Agoda  Booking.com  AirBnB ฯลฯ จะไม่สามารถนำมาหักลดหย่อนได้นะคะ***

ส่วนเงื่อนไขการลดหย่อนก็จะแบ่งออกเป็น 2 ช่วง ช่วงละ 15,000 บาท รวมเป็นลดหย่อนได้ 30,000 บาท แต่จะต้องแยกการค่าใช้จ่ายออกเป็น 2 ช่วง คือช่วงวันที่ 1 ม.ค.-31 ธ.ค. 2559 และช่วงวันที่ 1-31 ธ.ค. 2559 ยกตัวอย่างเช่น

tax3

ที่สำคัญห้ามลืมเลยคือหลักฐานที่ใช้ในการลดหย่อนภาษีได้แก่ ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูป หรือ ใบเสร็จรับเงิน ซึ่งต้องมีรายละเอียดดังนี้ ชื่อ-นามสกุล ที่ถูกต้องตามข้อมูลในทะเบียนบ้านของเรา เลขประจำตัวประชาชน ที่อยู่ตามทะเบียนบ้านของเรา จำนวนเงิน และวัน เดือน ปี ที่จ่ายเงิน

แต่จริงๆแล้วโปรโมชั่นที่รัฐจัดให้ไม่ได้มีเพียงแค่นี้นะคะ อย่าลืมว่าช่วงต้นปีเราก็มีอีกมาตรการหนึ่งคือมาตรการลดหย่อนภาษีช่วงสงกรานต์ เที่ยวไทยสุขใจแถมได้ลดภาษี ช่วงวันที่ 9-17 เม.ย. 2559 ที่สามารถนำค่าใช้จ่ายจากการ “กิน-เที่ยว” รวมถึงค่าท่องเที่ยวและค่าที่พักโรงแรมมาหักเป็นค่าลดหย่อนภาษีได้เท่าที่จ่ายจริงแต่ต้องไม่เกิน 15,000 บาท ก็เป็นอีกมาตรการที่ผ่านไปแล้ว หากใครได้ไปท่องเที่ยวในช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมาก็อย่าลืมเอาหลักฐานมาใช้สิทธิลดหย่อนภาษีกันนะคะ เท่ากับว่าจริงๆแล้ว ปีนี้รัฐบาลออกมาตรการลดหย่อนภาษีสนับสนุนการท่องเที่ยว โดยนำมาหักลดหย่อนได้สูงสุดถึง 45,000 บาทเลยทีเดียว!!

สิ่งที่อยากจะเตือนคือรัฐออกมาตรการมาเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ ส่วนการนำค่าใช้จ่ายมาหักลดหย่อนภาษีเป็นเพียงผลพลอยได้เท่านั้น

คนที่จะไปเที่ยวในช่วงระยะเวลาที่รัฐกำหนดก็ถือซะว่าได้ทั้งเที่ยวทั้งหักลดหย่อนภาษี แต่ใครที่ไม่ได้ไปไหน อยากประหยัดค่าใช้จ่าย ก็ไม่จำเป็นต้องไปเที่ยวเพื่อรักษาสิทธิเพราะภาษีที่ได้รับคืนมันขึ้นอยู่กับฐานภาษีของเรา ซึ่งต้องถามใจตัวเองว่าคุ้มไหมกับค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น สุดท้ายนี้ใครที่จะไปเที่ยวกันก็อย่าลืมเตรียมความพร้อมไม่ว่าจะเรื่องรถ ที่พัก อาหาร ให้เรียบร้อย จะได้ไม่เสียอารมณ์ระหว่างทางและเพื่อความปลอดภัยด้วยนะคะ

บทความนี้เป็นประโยชน์กับท่านหรือไม่

แสดงความคิดเห็น